
‘มีอา’หวนบุกตลาดในประเทศ
เครื่องหนังสายพันธุ์ไทย “มีอา” แบรนด์ดังขวัญใจชาวยุโรป หันมาทำตลาดในประเทศปีหน้า
เครื่องหนังสายพันธุ์ไทย “มีอา” แบรนด์ดังขวัญใจชาวยุโรป หันมาทำตลาดในประเทศปีหน้า
นางปรีดารัตน์ พัฒนพิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีอาแบ็ค ผู้ผลิตและทำตลาดกระเป๋าแบรนด์ มีอา (Miah) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2557 บริษัทจะหันมาทำตลาดเชิงรุกสินค้ากระเป๋าเครื่องหนังแบรนด์มีอา ภายในประเทศมากขึ้น จากเมื่อ 5 ปีก่อนหน้า บริษัทให้ความสำคัญกับการทำตลาดในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป อิตาลี และเอเชีย ญี่ปุ่น เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทดำเนินธุรกิจ 3 รูปแบบ คือ 1.รับจ้างผลิตสินค้าเพื่อส่งออก (โออีเอ็ม) 2.ผลิตและออกแบบเพื่อทำตลาดและส่งออก (โอดีเอ็ม) และ 3.ผลิตและเป็นเจ้าของแบรนด์มีอา เพื่อทำตลาดทั้งใน/ต่างประเทศ ซึ่งใน 2 รูปแบบธุรกิจแรก มุ่งทำตลาดภายในและส่งออกไปยังตลาดเอเชีย ส่วนการทำตลาดสินค้าเครื่องหนังกระเป๋าแบรนด์มีอา วางตำแหน่งทำตลาดในยุโรปเป็นหลัก
สำหรับกระเป๋าแบรนด์มีอา วางแนวคิดสินค้าเป็นกระเป๋าเครื่องหนังที่ใช้งานได้ทุกวัน จับกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง ซึ่งได้รับการตอบรับดีในตลาดต่างประเทศ จากจุดเด่นด้านคุณภาพการผลิตจากประเทศไทยที่มีความประณีต โดยเฉพาะตราสัญลักษณ์ “เมด อิน ไทยแลนด์” ที่เจ้าของสินค้าแบรนด์เนม หรือตลาดในต่างประเทศให้การยอมรับ เมื่อเทียบกับการผลิตในประเทศจีน
พร้อมกันนี้ ในปี 2557 มีแผนลงทุนขยายเครื่องจักรเพิ่ม เพื่อขยายสายการผลิตสินค้ากระเป๋าสุภาพสตรีมากขึ้น พร้อมรุกตลาดสินค้ากลุ่มใหม่ มีอา โฮม (Miah Home) หรือของแต่งบ้านจากวัสดุเครื่องหนังภายใต้แบรนด์ มีอา อาทิ เก้าอี้บีนแบ็ก หรือเฟอร์นิเจอร์ประเภทต่างๆ ที่ทดลองเปิดตัวตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับดี
“การทำตลาดในต่างประเทศที่ผ่านมา แบรนด์มีอาได้รับการตอบรับดีมาก ซึ่งมาจากคุณภาพและการออกแบบที่มีการติดตามเทรนด์แฟชั่นและความนิยมของกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อแบรนด์ประสบความสำเร็จในยุโรปแล้ว ก็ทำให้การทำตลาดในญี่ปุ่นไม่ยากเพราะประเทศนี้ก็จะติดตามแนวโน้มแฟชั่นจากยุโรปเช่นกัน” นางปรีดารัตน์ กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีแบ่งสัดส่วนการทำตลาดในประเทศ 30% และ 70% ทำตลาดส่งออก ซึ่งการหันมาให้ความสำคัญในการทำตลาดในประเทศมากขึ้นในปีหน้านั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการขยายการทำตลาดในอาเซียน เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 นี้ด้วย ที่ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องหนังไทยมีความแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยในปีนี้บริษัทคาดมีอัตราเติบโต 15%







