posttoday
ฟิลิปปินส์ เมื่อหายป่วยเศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ เมื่อหายป่วยเศรษฐกิจ

28 พฤศจิกายน 2556

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพ ทราบหรือไม่ว่า ฟิลิปปินส์ ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนของเรา แต่ก่อนเคยถูกเรียกว่า “คนป่วยของเอเชีย” ทำไมประเทศนี้ถึงโดนดูแคลนขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ฟิลิปปินส์เคยมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างหนักหน่วง มีปัญหาการแบ่งแยกดินแดนอย่างรุนแรงทางตอนใต้ของประเทศแม้ว่าพื้นที่ของประเทศจะมีเพียงร้อยละ 60 ของประเทศไทย และมีลักษณะทางกายภาพเป็นเกาะแก่งจำนวนมากแต่มีประชากรมากเกือบ 100 ล้านคน ทำให้มีรายได้ต่อหัวของประชากรต่ำจนถูกจัดอยู่ในเกณฑ์ประเทศยากจน ถ้าเปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีของคนไทยซึ่งตกอยู่ประมาณ 150,000 บาท ขณะที่คนฟิลิปปินส์มีรายได้ครึ่งเดียวของคนไทย

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพ ทราบหรือไม่ว่า ฟิลิปปินส์ ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนของเรา แต่ก่อนเคยถูกเรียกว่า “คนป่วยของเอเชีย” ทำไมประเทศนี้ถึงโดนดูแคลนขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ฟิลิปปินส์เคยมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างหนักหน่วง มีปัญหาการแบ่งแยกดินแดนอย่างรุนแรงทางตอนใต้ของประเทศแม้ว่าพื้นที่ของประเทศจะมีเพียงร้อยละ 60 ของประเทศไทย และมีลักษณะทางกายภาพเป็นเกาะแก่งจำนวนมากแต่มีประชากรมากเกือบ 100 ล้านคน ทำให้มีรายได้ต่อหัวของประชากรต่ำจนถูกจัดอยู่ในเกณฑ์ประเทศยากจน ถ้าเปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีของคนไทยซึ่งตกอยู่ประมาณ 150,000 บาท ขณะที่คนฟิลิปปินส์มีรายได้ครึ่งเดียวของคนไทย

ขณะที่การคอร์รัปชั่น (Corruption) สูงมากจนติดอันดับโลกและสูงกว่าประเทศไทยแน่นอน ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปอย่างล้าหลังกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย นอกจากนี้ยังประสบภัยธรรมชาติเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะพายุไต้ฝุ่นเข้าถล่มปีละหลายสิบลูกจนมีคนเล่าว่า แค่ซ่อมบ้านอย่างเดียวก็ไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว ภาคเกษตรกรรมก็ไม่มีประสิทธิภาพในการผลิตเพียงพอที่จะเลี้ยงดูประชากรของตนเอง

เมื่อปี 2503 ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่เจริญทางเศรษฐกิจมากที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือในปัจจุบันคืออาเซียน รายได้ต่อหัวของคนฟิลิปปินส์เคยสูงเป็น 2 เท่าของไทย แต่ผ่านไป 50 กว่าปี กลับกลายเป็นว่า รายได้ต่อหัวของคนไทยนั้นคิดเป็นสองเท่าของคนฟิลิปปินส์ ประเทศไทยสามารถแซงหน้าฟิลิปปินส์ได้ในราวปี 2527ซึ่งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในตอนนั้นเฉลี่ยแค่ร้อยละ 2 ต่อปีเท่านั้น ในขณะที่ไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 7 และหลังจากนั้นไทยขึ้นนำฟิลิปปินส์มาโดยตลอด

แต่พอกลับมาดูในปีนี้ ฟิลิปปินส์กำลังกลับมาเป็นคนปกติที่เริ่มแข็งแรงอีกครั้งด้วยเศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตที่สูงถึงกว่าร้อยละ 7 เทียบชั้นกับพี่ใหญ่อย่างจีน และมีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การเมืองที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จนสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้งสามแห่งคือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moody’s) สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) และฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch) เพิ่มอันดับความน่าเชื่อของประเทศขึ้นเป็น “ระดับที่น่าลงทุน (Investment Grade)”

โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง การเมืองมีเสถียรภาพ มีธรรมาภิบาลดีขึ้น และการบริหารจัดการโดยรัฐบาลดีขึ้น ทั้งยังมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ มีการจัดการการคลังที่ดีขึ้น รายรับของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการใช้จ่ายภาคสังคมเพิ่มขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือเหล่านี้จะปรับอันดับฟิลิปปินส์ให้ดีขึ้นอีกในอนาคต

การที่ฟิลิปปินส์ได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือในปีนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลฟิลิปปินส์และบริษัทในประเทศในตลาดทุนนานาชาติลดต่ำลง แสดงถึงความเชื่อมั่นในรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี เบนิญโญ อาคิโน ที่ 3 รวมทั้งทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจและมีการลงทุนทางตรงในประเทศคึกคักเพิ่มมากขึ้น

ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ที่แข็งแกร่งขึ้น ฟิลิปปินส์จึงเป็นตลาดขนาดใหญ่ในอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย ด้วยจำนวนประชากรสูงถึง 97 ล้านคน การบริโภคในประเทศจึงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ อีกทั้งการโอนเงินกลับประเทศของแรงงานฟิลิปปินส์ต่างด้าวเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกของประเทศ ยังช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภคของคนในประเทศ

นอกจากนั้น ฟิลิปปินส์ยังเป็นประเทศที่มีประชากรวัยทำงานจำนวนมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอายุของประชากรวัยทำงานอยู่ที่ 23 ปี ในขณะที่ไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 35 ปี อีกทั้งมีการประเมินว่าในปี 2563 ประชากรฟิลิปปินส์จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 113 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการบริโภคและกำลังแรงงานที่จะเติบโตสูงขึ้นในอนาคต ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายตลาดส่งออกไปยังฟิลิปปินส์เพื่อทดแทนตลาดส่งออกหลักที่ยังซบเซา

ฟิลิปปินส์มีศักยภาพสูงในการนำเข้าสินค้าจากไทย คนฟิลิปปินส์เป็นสังคมบริโภคนิยม คนมีเงินสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น ความภักดีต่อตราสินค้ามีค่อนข้างมาก และมีนิสัยชอบสังสรรค์ ปัจจุบันฟิลิปปินส์เป็นตลาดส่งออกอันดับ 12 ของไทย มีสัดส่วนราวร้อยละ 2 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทย แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการขยายตลาดส่งออกไปฟิลิปปินส์ยังเปิดกว้างอยู่มาก

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรเดินทางไปสำรวจและศึกษาตลาดในฟิลิปปินส์ด้วยตนเองเพื่อให้เข้าถึงรสนิยมของผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ และนำมาปรับปรุงสินค้าของตนให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้การขยายตลาดสินค้าในฟิลิปปินส์เป็นไปอย่างราบรื่น

ผมขอสรุปสั้นๆ ว่า เมื่อประเทศนี้หายป่วยทางเศรษฐกิจและเริ่มแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ก็เป็นโอกาสอันดีที่ท่านผู้อ่านควรจะไปเยี่ยมเยือนและศึกษาลู่ทางดำเนินธุรกิจร่วมกันครับ แล้วพบกันครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ