posttoday
เมื่อหุ้นไทยไปไม่ถึงฝัน เราจะปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร?

เมื่อหุ้นไทยไปไม่ถึงฝัน เราจะปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร?

28 พฤศจิกายน 2556

คอลัมน์: รอบรู้การลงทุน กับ บลจ.แอสเซท พลัส

คอลัมน์: รอบรู้การลงทุน กับ บลจ.แอสเซท พลัส

โดย: คุณเคท หัตถีรัตน์, CFA

หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด

ปีนี้เป็นปีที่ค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับหุ้นไทย ที่นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มต้นปีด้วยมุมมองที่สดใสมาก และคาดหมายว่า จะเห็นหุ้นไทยไปแตะที่ 1,700 จุด แต่ไม่ทันผ่านครึ่งปีแรก หุ้นไทยเริ่มอ่อนแรงและตกลงมาอย่างน่าใจหาย จากเงินทุนที่เริ่มทยอยไหลออกเมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ ตั้งท่าจะลดการทำ QE ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังเติบโตน้อยกว่าที่คาดจากเหตุผลทั้งภายในและนอกประเทศ แถมมาโดนมรสุมการเมืองไทยกระหน่ำซ้ำเติม อนาคตหุ้นไทยคงจะไปไม่ถึงฝันในเร็ววัน

คำถามที่อยู่ในใจนักลงทุนหลายคน คงไม่พ้น “เราจะปรับพอร์ตอย่างไรดี?”

เมื่อพิจารณาสภาวะการลงทุนขณะนี้และปีหน้า ก็ค่อนข้างแน่ชัดว่า ตลาดหุ้นต่างประเทศน่าจะสดใสกว่าบ้านเรา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขึ้นมา 2 ปีติดต่อกัน และเท่าที่ผ่านมาปีนี้ก็ได้ผลตอบแทน 26% เข้าไปแล้ว ถ้ามองจากราคาของหุ้นเทียบกับผลกำไรจะค่อนข้างแพง แต่เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดูจะแข็งแกร่งกว่าประเทศหลักอื่น และเงินลงทุนยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง ความเสี่ยงที่จะทำให้ราคาหุ้นปรับลดลงมีไม่มากนัก เว้นแต่ว่ารัฐสภาสหรัฐฯ จะไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเพดานหนี้สาธารณะและดุลรัฐบาล ซึ่งจะมีการถกกันอีกครั้งช่วงต้นปีหน้า

แต่ในตอนนี้ นักวิเคราะห์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างแนะนำหุ้นยุโรปมากกว่าหุ้นสหรัฐฯ เพราะราคาหุ้นยุโรปยังถูกกว่าหุ้นสหรัฐฯ โดยค่า Price to Book Value หรือ P/B ของตลาดยุโรปขณะนี้แค่ 1.7 ขณะที่ ตลาดสหรัฐฯ อยู่ที่ 2.5 โดยประมาณ (P/B เป็นสัดส่วนหนึ่งที่นักลงทุนใช้ดูเวลาจะตัดสินว่าหุ้นถูกหรือแพง) เพราะราคาหุ้นหลายตัวในตลาดยุโรปยังไม่ได้ขึ้นสูงมาก อาทิ หุ้นในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน ที่ มักจะเป็นตัวนำการฟื้นตัวเมื่อเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น และขณะนี้ยังมีธนาคารที่มั่นคงขนาดใหญ่บางแห่งในภูมิภาคนี้ที่มีค่า P/B ต่ำกว่าบริษัทที่ลักษณะใกล้เคียงกันในสหรัฐฯ จึงเป็นกลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดี

สำหรับตลาดหุ้นของประเทศเกิดใหม่ที่เด่นที่สุดและเพิ่งเริ่มร้อนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและมีแนวโน้มว่าจะขึ้นไปได้อีกมาก คือตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงตามที่คณะผู้บริหารของพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศจีนแถลงการณ์การปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่และซึ่งนักวิเคราะห์ต่างให้ความเห็นว่าเป็นการปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา เนื่องจากครอบคลุมหลายภาคเศรษฐกิจและสังคม และมีรายละเอียดน่าเชื่อถือมากพอสมควร คาดกันว่าแผนการปฏิรูปฉบับนี้จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้างและมีผลกระตุ้นการเจริญเติบโตของประเทศในระยะยาว

หุ้นในจีนที่จะได้อานิสงค์มากจากการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งนี้คือ หุ้นใน (1)กลุ่มธนาคาร ประกัน และสถาบันการเงิน เนื่องจากจะมีการเปิดเสรีหลายด้าน ทั้งด้านอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และการออกหุ้น IPO ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้มีช่องทางการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น (2)กลุ่มพลังงานและปัจจัยการผลิต จากความพยายามที่จะทำให้กลไกตลาดเข้ามามีบทบาทให้การกำหนดราคาสินค้าประเภทนี้มากขึ้น (3)กลุ่มสินค้าเพื่อการบริโภค จากการผ่อนปรนนโยบายมีลูกคนเดียว

หากจะมองตลาดหุ้นอื่นในแถบเอเซียในช่วงปีหน้า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะชอบมองทางด้านเอเชียเหนือคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไต้หวัน โดยเฉพาะ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น น่าจะได้รับผลกระทบแง่บวกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและค่าเงินเยนที่มีแนวโน้มอ่อนลง ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีและไต้หวัน น่าจะมีมูลค่าสูงขึ้นเนื่องจากส่งออกไปยังประเทศสหรัฐฯและกลุ่มประเทศยุโรปมากขึ้น ขณะที่ ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศอาเซียน นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นกลุ่มนี้มีมูลค่าค่อนข้างแพงเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และหลายปีที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มนี้มูลค่าสูงขึ้นมากกว่าตลาดในกลุ่มเอเชียเหนือ

ถึงตรงนี้ หลายท่านคงโล่งใจว่า พอร์ตของท่านมีทางออก และทางเลือกการลงทุนอีกมาก แต่น่าเสียดายที่การลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรงสำหรับนักลงทุนไทยทั่วไปทำได้ค่อนข้างยาก เพราะข้อมูลข่าวสารของหุ้นต่างประเทศรายตัวในประเทศไทยมีจำกัด และยังมีกฎเกณฑ์เฉพาะเรื่องการเปิดบัญชีประเภทนี้ สำหรับนักลงทุนทั่วไปซึ่งไม่มีเวลาที่จะติดตามหุ้นในต่างประเทศมากนัก จึงแนะนำให้ลงทุนในลักษณะกองทุนมากกว่า ซึ่งมีขายทั้งประเภทเป็นกองทุนรวมที่เป็นดัชนีหุ้นของประเทศหรือภูมิภาคต่างๆ และกองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนที่บริหารด้วย บลจ.ในต่างประเทศ

บลจ.แอสเซท พลัส มีทางเลือกให้นักลงทุนหลากหลาย และมีกองทุนที่ลงทุนโดยตรงในหุ้นรายตัวต่างประเทศทั้งประเภทกองทุนรวมและส่วนบุคคล ซึ่งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จไปแล้วหลายกองทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท