
‘ทรูโกรท’รอขายธ.ค.
มั่นใจรายได้โตต่อเนื่องเปิดให้เช่าเสาเล็งปันผลผู้ถือหน่วยปีแรกกว่า5พันล้าน
มั่นใจรายได้โตต่อเนื่องเปิดให้เช่าเสาเล็งปันผลผู้ถือหน่วยปีแรกกว่า5พันล้าน
TRUEGIF เล็งปี 2557 ปันผลผู้ถือหน่วย 5,357 ล้านบาท มั่นใจรายได้โตต่อเนื่อง เปิดให้รายอื่นเช่าเสาเคเบิล
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เปิดเผยว่า คาดว่าในปี 2557 กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท (TRUEGIF) จะมีรายได้จากค่าเช่ารวม 5,357 ล้านบาท และมีแผนที่จะจ่ายปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนมากกว่า 97% ของกำไรสุทธิและมากกว่า 90% ของรายได้จากค่าเช่าล่วงหน้า
ทั้งนี้ กองทุน TRUEGIF มีแผนลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) มูลค่ารวมประมาณ 7 หมื่นล้านบาท โดยยังอยู่ระหว่างการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคาดว่าจะเสนอขายหน่วยลงทุนได้ในเดือน ธ.ค. 2556 ซึ่งการลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% น่าจะส่งดีต่อกองทุน
สำหรับทรัพย์สินที่กองทุนจะเข้าลงทุน 3 ส่วน คือ 1.สิทธิการรับรายได้จาก กสท. ผ่านกลุ่มทรู ซึ่งมีระยะเวลา 12 ปี จากการให้เช่าเสา 5,845 ต้น และระบบใยแก้วนำแสง 680,400 กิโลเมตร คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 55% ในปี 2557
2.ลงทุนเสาโทรคมนาคม จำนวน 6,000 ต้น ซึ่งกลุ่มทรูมีกำหนดส่งมอบ 3,000 ต้นภายในปี 2557 และอีก 3,000 ต้น ภายในในปี 2558 โดยกลุ่มทรูจะจ่ายค่าเช่าให้กองทุนโดยไม่รอส่งมอบและจะให้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นขั้นต่ำ 2.7% ต่อปี
3.ลงทุนระบบใยแก้วนำแสงและระบบบรอดแบนด์ในต่างจังหวัด จำนวน 1.2 ล้านพอร์ต ครอบคลุม 234,455 คอร์กิโลเมตร
นายนพปฏล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรัพย์สินที่จะนำเข้ากองทุนจะเป็นทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำในการล้าหลังทางเทคโนโลยีและเป็นทรัพย์สินที่มีอายุการใช้งานระยะยาวที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
นอกจากนี้ รายได้ของกองทุนมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากการเพิ่มค่าเช่าสำหรับกลุ่มทรูแล้ว สินทรัพย์ของกองทุนยังสามารถนำไปให้ผู้ประกอบการรายอื่นเช่าได้อีกประมาณ 40% ของความสามารถในการให้บริการ
“เมื่อมีผู้เช่าเพิ่มกองทุนจะมีรายได้เข้ามาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะนับเป็นกำไรของกองทุนทันที ขณะเดียวกันการที่ผู้ประกอบการมาใช้โทรคมนาคมร่วมกันถือเป็นการลดต้นทุนที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของผู้ประกอบการมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่าจะมีผู้ประกอบการรายอื่น โดยเฉพาะรายใหม่เข้ามาเช่าใช้โดยไม่ต้องลงทุนเอง” นายนพปฏล กล่าว







