posttoday
เจเอ็มทีฯอัดพันล.รอจังหวะซื้อหนี้เสีย

เจเอ็มทีฯอัดพันล.รอจังหวะซื้อหนี้เสีย

28 พฤศจิกายน 2556

JMT อัดงบซื้อหนี้ปีหน้าเพิ่มเป็น 1,000 ล้าน ฉวยโอกาสหนี้เสีย เริ่มปูด จากรถคันแรกเศรษฐกิจชะลอ

JMT อัดงบซื้อหนี้ปีหน้าเพิ่มเป็น 1,000 ล้าน ฉวยโอกาสหนี้เสีย เริ่มปูด จากรถคันแรกเศรษฐกิจชะลอ

นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้อนุมัติงบลงทุนในปีหน้าจำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อ ใช้ซื้อหนี้ใหม่เข้ามาบริหารเพิ่มจำนวน 1.31.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนที่ เพิ่มขึ้นจากที่เคยได้รับอนุมัติไว้จำนวน 500 ล้านบาทต่อปี โดยในปีนี้บริษัทได้ซื้อหนี้เข้ามาใหม่เพิ่มมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท

“บริษัทเตรียมจะขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามเกณฑ์เพราะบอร์ดอนุมัติวงเงินซื้อหนี้เพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท เพราะทำให้สินทรัพย์ใหญ่กว่าทุน 2 เท่า คาดว่าจะได้รับอนุมัติในเดือนธ.ค.นี้”นายปิยะ กล่าว

“บริษัทเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสในปีหน้า ซึ่งเริ่มเห็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) มากขึ้น และสถาบันการเงินและที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมีโอกาสขายหนี้ออกมาก เนื่องจากเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศที่ชะลอ อีกทั้งยังมี ผลกระทบจากนโยบายโครงการรับจำนำข้าวและนโยบายรถยนต์คันแรกซึ่งคาดว่าทั้งโครงการนี้จะมีเอ็นพีแอลออกมามีมูลค่าสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น ได้ตั้งบริษัทลูกคือ บริษัท เจ แอสเซ็ท แมเนจเม้นท์ (JAM) เพื่อแยกการซื้อและเข้าสวมสิทธิการบริหารหนี้กลุ่มรถยนต์ ที่อยู่อาศัย และของการบริโภคที่อยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องดำเนินคดีกับลูกค้า โดยขณะนี้ได้เริ่มทยอยซื้อหนี้เข้ามาบริหารแล้ว ถือเป็นรายแรกในตลาด ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ ขณะที่บริษัทแม่ JMT จะเข้าซื้อหนี้เฉพาะในส่วนที่ยังไม่ได้เข้าสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย ในปีหน้ามีแผนเริ่มดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายประกันวินาศภัยผ่านบริษัทลูก คือ เจเอ็มที อินชัวรันซ์ (JMTIB) คาดว่าในปีหน้า จะสร้างรายได้จากธุรกิจนี้ประมาณ 10 ล้านบาท

บริษัทยังได้ยื่นเอกสารผ่านที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อขออนุญาตดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ใประเทศพม่า เพื่อปล่อยสินเชื่อเงินผ่อนซื้อโทรศัพท์มือถือ ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ผ่านสาขาของร้านเจมาร์ท ทั้งนี้ รูปแบบการลงทุนเบื้องต้นจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรไทยที่ดำเนินธุรกิจในพม่ามายาวนานและมีธุรกิจขนาดใหญ่ในพม่า อาทิ โรงงานอุตสาหกรรมและจำหน่ายจักรยานยนต์ คือบริษัทเอ็มเค ซึ่งเข้ามาถือหุ้นสัดส่วน 30% และอีก 70% เป็นส่วนของบริษัท

บริษัทสนใจลงทุนในพม่าเนื่องจาก เห็นโอกาสจากตลาดที่มีศักยภาพเติบโต สูงและยังมีตัวเลขการผิดนัดชำระหนี้ ต่ำสะท้อนจากกลุ่มอิออนที่เข้าไปทำธุรกิจนี้สามารถมีตัวเลขเรียกเก็บหนี้ได้เต็ม 100% ประกอบ กลุ่มบริษัท เจ มาร์ทมี ความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้เพราะมีประสบการณ์ในประเทศไทยเป็นเวลาประมาณ 20 ปี

นายปิยะ กล่าวต่อว่า ในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของกำไรสุทธิไว้ที่ 40% และรายได้เติบโต 20% เนื่องจาก ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการซื้อหนี้ใหม่เข้ามาบริหารเพิ่มเข้ามาตามแผนที่วาง ไว้ จากสิ้นปีนี้ที่มีมูลค่าสิทธิการทวงถาม หนี้อยู่รวมที่มีมูลค่า 3 หมื่นล้านบาท รวมถึงจำนวนหนี้ก้อนใหญ่เดิมจะตัดเริ่มรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาส 2 ของปีหน้าเป็นต้นไปประมาณ 910 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นปีหน้าคาดว่าจะปรับดีขึ้นเป็น 50% จากปีนี้ที่ทำได้ที่ 47%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ