
ถล่มนายกฯใช้อำนาจกู้เงินลงทุนน้ำขัดกฎหมาย
“กรณ์” ถล่มนายกฯ ใช้อำนาจอนุมัติกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ไป 4,500 ล้านบาท ขัดกฎหมาย
“กรณ์” ถล่มนายกฯ ใช้อำนาจอนุมัติกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ไป 4,500 ล้านบาท ขัดกฎหมาย
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในรัฐสภาว่า ที่ผ่านมามีการลงนามในสัญญาเงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท หลายฉบับ โดยใน 6 ฉบับ ทำสัญญากับ 4 สถาบันการเงิน ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารออมสิน ว่าจะกู้เงินในวันที่ 27มิ.ย. 2556 โดยในวันที่ 30 มิ.ย. 2556 กฎหมายนี้จะหมดอายุ ถ้าเกินกว่านี้แล้วไม่สามารถกู้เงินได้อีกต่อไป ดังนั้นวันที่ 27มิ.ย. 2556 กระทรวงการคลังจึงไปลงนามสัญญาเงินกู้ก็มีเวลาอีกแค่ 1 วัน
ขณะที่ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงการคลังจะจัดสรรเงินกู้ได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเท่านั้น แต่กระทรวงการคลังไปลงนามกับ 4 สถาบัน โดยอ้างมติ ครม. วันที่ 18 มิ.ย. 2556 แต่วันที่ 27 มิ.ย. 2556 มีคำสั่งโดยศาลปกครองให้ระงับโครงการต่างๆ ที่ ครม.ได้อนุมัติไป ดังนั้นมติ ครม. วันที่ 18 มิ.ย. 2556 จึงเป็นโมฆะ สัญญาเงินกู้ดังกล่าวจึงเป็นปัญหา
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า จนถึงวันที่ 30มิ.ย. 2556 มีการกู้เงินไป 12,750 ล้านบาท ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยนายกฯ ไม่ได้ให้หยุด แต่ให้เดินหน้าต่อ เป็นการกระทำที่ขัดกฎหมาย มีการกระทำที่ใช้อำนาจเกินกว่ากฎหมายให้อำนาจไว้ เพราะมีการเบิกเงินเกินเวลา และเกินกว่าอำนาจที่ให้ไปถึง 9 ครั้ง รวม 4,500 ล้านบาท ซึ่งนายกฯ จะต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้อนุมัติโครงการซึ่งนำไปสู่การกู้เงินที่ผิดกฎหมายในฐานะนายกฯ จึงต้องรับผิดชอบเพราะใช้อำนาจเกินกฎหมายและเอื้อต่อการทุจริต
ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งกับรัฐบาลไปแล้วว่า หากรัฐบาลจะเบิกเงินกระทรวงการคลังจะต้องมีหลักประกันว่ายังมีอำนาจที่จะกู้เงินอยู่ ซึ่งต้องมีคำสั่งศาลออกมาจึงจะเบิกเงินได้ แต่ตอนนี้เบิกเงินไม่ได้







