
ไทย-อินโดฯดันธุรกิจร่วมมือตั้งหอการค้า
ตั้งหอการค้าอินโดนีเซียไทย หวังดันการค้าลงทุนเพิ่ม ไม่หวั่นการเมืองไทย ยังเชื่อมั่นทำธุรกิจร่วมกัน
ตั้งหอการค้าอินโดนีเซียไทย หวังดันการค้าลงทุนเพิ่ม ไม่หวั่นการเมืองไทย ยังเชื่อมั่นทำธุรกิจร่วมกัน
นายลุตฟี ลาอุฟ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ด้านการค้ามายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการเติบโตอย่างมาก โดยในปี 2556 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งตามเป้าหมายที่วางไว้จะสามารถเพิ่มมูลค่าการค้าให้มากขึ้นอยู่ที่ระดับ 22.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2557 จากศักยภาพด้านการค้าของทั้งสองประเทศ
ขณะที่การลงทุนของนักลงทุนไทยในประเทศอินโดนีเซียเติบโตขึ้นต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.มิ.ย. 2556 มีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ระดับ 16.17 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งความร่วมมือกันในการจัดตั้งหอการค้าอินโดนีเซียไทย จะยิ่งช่วยทำให้การค้าและการลงทุนเปิดกว้างมากกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน การค้าภายในอาเซียนปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 25% ซึ่งเมื่อเข้าสู่ปี 2558 แล้ว หวังว่าการค้าระหว่างกันภายในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
“ยังมีช่องว่างอีกมากสำหรับทั้งสองประเทศที่จะทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งเราหวังว่าความร่วมมือกันจะช่วยลดช่องว่างระหว่างทั้งสองประเทศได้” นายลุตฟี กล่าว
นายเฮอมาวัน การ์ตาจายา ที่ปรึกษาพิเศษหอการค้าอินโดนีเซียไทย กล่าวว่า การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวภายในอาเซียนเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งอินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับเมืองไทย มีความหลากหลาย พร้อมที่จะให้นักลงทุนไทยเข้ามาเรียนรู้ ขณะที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางที่จะเชื่อมโยงระหว่างประเทศอาเซียนทางตอนใต้และอาเซียนทางตอนเหนือ ทำให้ไทยมีบทบาทที่สำคัญในอาเซียน ดังนั้นไทยและอินโดนีเซียจึงสามารถที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยจะเจอกับปัญหาทางเมือง แต่ในสายตาของนักธุรกิจจากทั่วโลกยังมองว่าไทยเป็นประเทศที่ดีน่าเข้ามาทำธุรกิจไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล เพราะธุรกิจยังคงเดินต่อไปได้
นายแอนเดรียนโต จายาปูร์นา ประธานหอการค้าอินโดนีเซียไทย กล่าวว่า จากมุมมองของนักธุรกิจอินโดนีเซีย มองว่ารัฐบาลไทยยังอำนวยความสะดวกด้านการธุรกิจให้กับนักลงทุน ซึ่งเชื่อว่าทุกคนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้กลัวที่จะเข้ามาทำธุรกิจเพราะการทำธุรกิจยังดำเนินต่อไป
สำหรับหอการค้าอินโดนีเซียไทย จะทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการทำธุรกิจร่วมกัน







