
ทล.เคาะแผน2หมื่นล.เชื่อมถนนบรมราชชนนี
ทางหลวงสรุปแผนพัฒนาคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี มูลค่า 2 หมื่นล้าน เชื่อมเส้นทางลงใต้รับเออีซี
ทางหลวงสรุปแผนพัฒนาคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี มูลค่า 2 หมื่นล้าน เชื่อมเส้นทางลงใต้รับเออีซี
รูปแบบก่อสร้างส่วนต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี และเพิ่มประสิทธิถนนปิ่นเกล้านครชัยศรี คาดสรุปรายงานเสนอสิ่งแวดล้อมได้ปี 58 พร้อมก่อสร้างปี 59 เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมเชื่อมระหว่างนครปฐมลงภาคใต้ บรรเทาปัญหาจราจรรองรับเออีซี
นายธีระพงษ์ รติธรรมกุล ผู้อำนวยการกลุ่มงานวางแผน สำนักแผนงาน กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทล.ได้สรุปรูปแบบการพัฒนาโครงการต่อขยาย ทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี 21.3 กม. และปรับปรุงประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 338 สายปิ่นเกล้านครชัยศรี ระยะทาง 24.6 กม. โดยคาดว่าจะใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท
ที่เหมาะสมของโครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี 21.3 กม.และปรับปรุงประสิทธิภาพ ทางหลวงหมายเลข 338 สายปิ่นเกล้านครชัยศรี ระยะทาง 24.6 กม. โดยคาดว่าจะใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ บ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ 1.ส่วนต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี 2.ปรับปรุงผิวจราจรและขยายเส้นทางถนนปิ่นเกล้านครชัยศรี และ 3.ทางแยกยกระดับบริเวณจุดตัดต่างๆ โดยผลการศึกษาจะรายงานต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมในปี 2558 และคาดว่าจะของบประมาณได้ในปี 2559 และใช้เวลาดำเนินการจากนั้นรวม 7 ปี แล้วเสร็จปี 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมเชื่อมระหว่างนครปฐมลงภาคใต้ บรรเทาปัญหาจราจรรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน
นายธานี ธัญญาโภชน์ รอง ผวจ.นครปฐม กล่าวว่า ในอนาคตพื้นที่ จ.นครปฐม จะต้องปรับปรุงผังเมืองบางแห่งเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯหัวหิน โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายนครปฐมชะอำ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่ง สินค้า และรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนปี 2558
“ในอนาคตคาดว่าพื้นที่ จ.นครปฐม จะเป็นพื้นที่ที่มีผู้เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มเติมจากความสะดวกสบายในการเดินทาง จากปัจจุบันที่มีประชากรประมาณ 9 แสนคน” นายธานี กล่าว
นอกจากนี้ ทล.ยังได้ศึกษารูปแบบทางแยกต่างระดับที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนสายหลักในพื้นที่โครงการ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ทางแยกต่างระดับพุทธมณฑลสาย 4 พุทธมณฑลสาย 5 พุทธมณฑลสาย 7 และทางแยกต่างระดับนครชัยศรี
"ขณะนี้ช่องทางจราจรในเส้นทางที่รถบรรทุกแคบ ดังนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกต้องระมัดระวังมาก อีกทั้งสะพานที่มีอยู่เดิมต่ำทำให้รถเลี้ยวลำบาก ส่วนการเวนคืนที่ดินบริเวณทางแยกต่างระดับนั้นมีจำนวนน้อย ดังนั้นชาวบ้านจึงไม่ค่อยกังวลมากนัก" นายธานี กล่าว
นายธีระพงษ์ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดรูปแบบการพัฒนาโครงการ ประกอบด้วยการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 338 สายปิ่นเกล้านครชัยศรี โดยการขยายถนนระดับพื้นให้มีขนาด 12 ช่องจราจร ได้แก่ ทางหลัก6 ช่องจราจร (3 ช่องจราจรต่อทิศทาง) กว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตรไหล่ทางด้านนอกกว้างข้างละ 2.50 เมตร และทางคู่ขนาน 6 ช่องจราจร (3ช่องจราจรต่อทิศทาง) กว้างช่องจราจรละ 3 เมตร ไม่มีไหล่ทางและทางเท้ากว้างข้างละ 3.50 เมตร
ทั้งนี้ ในการออกแบบปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพถนนโครงการจะดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับการก่อสร้างส่วนต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนีจาก กม.12+780 หรือบริเวณกึ่งกลางระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 23 ให้เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร ทิศทางละ 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้างข้างละ 3.25 เมตรรวมความกว้างทางยกระดับ 23.1 เมตรยาวต่อเนื่องไปจนถึงจุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษมที่กม.34+120 รวมระยะทาง 21.3 กม.โดยใช้โครงสร้างคานรูปกล่องหล่อสำเร็จบนเสาเดี่ยว
พร้อมทั้งก่อสร้างทางขึ้นลง 5 จุดในบริเวณที่เหมาะสม ประกอบด้วย
บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 2, บริเวณคลองทวีวัฒนา, บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 กับสาย 5, บริเวณระหว่างถนน สาย นฐ. 3197 กับถนนพุทธมณฑลสาย 6
และบริเวณระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 7 กับสาย 8
นอกจากนี้ ทล.ยังได้พิจารณาศึกษารูปแบบทางแยกต่างระดับที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนสายหลักในพื้นที่โครงการ จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.ทางแยกต่างระดับพุทธมณฑลสาย 4 มีแนวทางการออกแบบขยายความกว้างของสะพานต่อเชื่อม (Ramp) เดิมใน 2 ทิศทางคือ ทิศทางจากกรุงเทพฯ เลี้ยวขวาไปศาลายา และทิศทางจากพุทธมณฑลเลี้ยวขวาไปกรุงเทพฯ โดยขยายช่วงทางตรงเพิ่มเป็น 8 เมตร ส่วนช่วงทางโค้งขยายความกว้างสะพานเพิ่มเป็น 10 เมตร พร้อมทั้งก่อสร้างทางขึ้น ลง เพื่อเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ ในบริเวณใกล้เคียงกับทางแยกต่างระดับดังกล่าว
2.ทางแยกต่างระดับพุทธมณฑลสาย 5 ออกแบบสะพานต่อเชื่อมรูปเกือกม้า
โดยเริ่มต้นจากโครงการก่อสร้าง ถนนพุทธมณฑลสาย 5 (บริเวณสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 338) ไปเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ ในลักษณะคล้ายจุดกลับรถรูปเกือกม้า มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ
3.แยกต่างระดับพุทธมณฑลสาย 7
ออกแบบสะพานต่อเชื่อมรูปเกือกม้าจากโครงการสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 338 บนถนนพุทธมณฑลสาย 7 เพื่อไปเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 338 เข้ากรุงเทพฯ
4.ทางแยกต่างระดับนครชัยศรี
มีแนวทางการออกแบบทางแยกต่างระดับให้สามารถเชื่อมต่อการจราจรในระดับพื้นได้ทุกทิศทาง ส่วนการเชื่อมต่อทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ (ส่วนต่อขยาย) มี 3 ทิศทาง ได้แก่ (1)ก่อสร้างสะพานเชื่อมต่อจากทางขนานลอยฟ้าฯ (ส่วนต่อขยาย) เลี้ยวขวาไป อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม (ถ.เพชรเกษม) (2) ออกแบบสะพานต่อเชื่อมกับทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ (ส่วนต่อขยาย)
ในทิศทางเลี้ยวซ้ายจาก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เข้ากรุงเทพฯ และ (3)ออกแบบสะพานเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ (ส่วนต่อขยาย)กับโครงการมอเตอร์เวย์เส้นทางนครปฐมชะอำ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาในอนาคตพร้อมออกแบบสะพานรองรับการเชื่อมต่อโดยตรงในทิศทางเลี้ยวขวาจาก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม (ถ.เพชรเกษม) เลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐมชะอำ
อย่างไรก็ตาม ทล.จะนำผลจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจากการสัมมนาในครั้งนี้ ไปพิจารณาประกอบการศึกษาในทุกด้านอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อสรุปผลการศึกษาโครงการฯ มาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบพร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการสัมมนา ครั้งที่ 3 ต่อไป







