posttoday
เอเชียมาแรงปีหน้า

เอเชียมาแรงปีหน้า

27 พฤศจิกายน 2556

แมนูไลฟ์มั่นใจกำไรเด่นเงินทุนไหลกลับเน้นเลือกลงทุนหุ้นจีนเกาหลีไต้หวัน

แมนูไลฟ์มั่นใจกำไรเด่นเงินทุนไหลกลับเน้นเลือกลงทุนหุ้นจีนเกาหลีไต้หวัน

“แมนูไลฟ์” มั่นใจปีหน้าเอเชียพลิกฟื้น ให้น้ำหนักจีน เกาหลี ไต้หวัน มากกว่าอินเดีย อาเซียน

นายโรนัลด์ ชาน หัวหน้าส่วนการลงทุนตราสารทุนภูมิภาคเอเชีย Manulife Asset Management ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในปี 2557 ตลาดหุ้นเอเชียจะกลับมามีผลตอบแทนโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว

“ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว ในขณะที่ตลาดเอเชียผลดำเนินงานด้อยกว่า แต่ปีหน้าเงินจะกลับเข้ามาในตลาดเอเชียอีกครั้ง เงินที่เคยลงทุนในประเทศพัฒนาแล้วจะมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเอเชียอีกครั้ง เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของประเทศในภูมิภาคเอเชียดี ประกอบกับราคาหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วปรับเพิ่มขึ้นไปมากแล้ว” นายโรนัลด์ กล่าว

หัวหน้าส่วนการลงทุนตราสารทุนภูมิภาคเอเชียรายนี้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภูมิภาคเอเชียมีปัญหาด้านต้นทุนสูง แต่คาดว่าในปี 2557 ปัญหาเหล่านี้จะลดลง โดยเป็นผลจากการหยุดขึ้นดอกเบี้ยและราคาวัตถุดิบมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเติบโตดีกว่าประเทศพัฒนาแล้ว

“หลังจากวิกฤตการเงินบริษัทในสหรัฐมีกำไรดีจากการลดต้นทุน แต่ในปีหน้าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ไม่สามารถปรับลดต้นทุนลงได้อีกแล้ว” นายโรนัลด์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายโรนัลด์ กล่าวว่า แม้ว่าในปี 2557 ตลาดหุ้นเอเชียจะกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง แต่นักลงทุนจำเป็นต้องเลือกหุ้นที่ดีเพื่อทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศ

“เราชอบเอเชียแต่ต้องเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมเลือกหุ้นเพราะดัชนีอาจจะไม่ดี แต่ตัวบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ดังนั้นในปี 2557 จะเห็นว่ากองทุนที่มีสไตล์การลงทุนแตกต่างกันจะมีผลตอบแทนที่แตกต่างกันมากขึ้น และการลงทุนตามดัชนีหรือเกาะดัชนีจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดี” นายโรนัลด์ กล่าว

พร้อมกันนี้ นายโรนัลด์ กล่าวอีกว่า Manulife Global FundAsian Small Cap Equity Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลักของกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ เอเชียนสมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นในประเทศเอเชียเหนือ ได้แก่ จีน เกาหลี และไต้หวันมากกว่าเอเชียใต้ ได้แก่ อินเดียและกลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากกลุ่มประเทศเอเชียเหนือจะได้ผลดีจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ประชาชนมีการบริโภคมากขึ้น เพราะประเทศเหล่านี้เป็นผู้ผลิตสินค้าส่งออก ทำให้ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่ประเทศในอาเซียนซึ่งที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้ามาจำนวนมาก จะได้รับผลกระทบทันทีหากเงินทุนต่างชาติไหลออกไป ประกอบกับการปรับดอกเบี้ยขึ้นจะทำให้การบริโภคลดลงและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงด้วย ดังนั้นจึงลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

“หุ้นจีนเพิ่มขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ราคาต่อกำไร (พี/อี) ยังอยู่ที่ 8 เท่า ขณะที่ในอดีตเฉลี่ยอยู่ที่ 15 เท่า และใน 2-3 ปีข้างหน้ามีโอกาสที่จะขึ้นไปอยู่ที่ 12 เท่า และเมื่อจีนดีเอเชียก็จะดีตามไปด้วย” นายโรนัลด์ กล่าว

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน นายโรนัลด์ กล่าวว่า ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท