
คนแห่ซื้อคอนโดหรู
เปิดขายโครงการชนม็อบใหญ่สุดสัปดาห์ลูกค้าแอล.พ.ีเอ็น.เพซมองไม่รุนแรง
เปิดขายโครงการชนม็อบใหญ่สุดสัปดาห์ลูกค้าแอล.พ.ีเอ็น.เพซมองไม่รุนแรง
คอนโดหรูขายดี ไม่แคร์ม็อบ แอลพีเอ็นเปิดขายเดอะลุมพินี 24 เกินเป้า เพซโรดโชว์สิงคโปร์ได้ตามคาด
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เปิดเผยว่า การเปิดตัวคอนโดมิเนียม เดอะลุมพินี 24 มูลค่าโครงการ 3,100 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยที่ 1.65 แสนบาทต่อตารางเมตร เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา มีอัตราการจองสูงถึง 90% มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ที่อัตราจองซื้อ 70% เนื่องมาจากทำเลที่ตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 24
“ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ยอดขายสะสมของบริษัทตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ 2.35 หมื่นล้านบาท และคาดว่ารายได้ปี 2557 จะเติบโตอย่างน้อย 10% จากปี 2556” นายโอภาส กล่าว
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง แนะนำให้ซื้อ และให้ราคาเป้าหมาย 25 บาท ผลการจองครั้งนี้ทำให้ยอดจองคอนโดมิเนียมปี 2556 เป็น 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่บริษัทคาดไว้ที่ 20%
ด้านนายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) กล่าวว่า ผลการเปิดขายโครงการเดอะริทซ์คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ที่โรงแรมเดอะริทซ์คาร์ลตัน มิลเลนเนีย สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 22-24 พ.ย.ที่ผ่านมา มีลูกค้าลงทะเบียนเข้ารับฟังข้อมูลทั้งหมดประมาณ 40 ราย เป็นลูกค้าชาวสิงคโปร์ โดยไม่มีรายใดสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศ
“มีลูกค้า 34 รายมาจองซื้อ ห้องที่เปิดขายครั้งนี้มีราคาตั้งแต่ 60180 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียม 3 ห้องนอน และห้องเพนต์เฮาส์ ส่วนห้องขนาดเล็ก 2 ห้องนอน ราคา 2530 ล้านบาทนั้น ขายออกไปหมดแล้ว และนับตั้งแต่เปิดการขายมา บริษัทได้ปรับราคาขายขึ้นไป 2 ครั้ง รวมทั้งหมด 10%” นายสรพจน์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าจะสรุปยอดการขายครั้งนี้ได้ใน 12 สัปดาห์ข้างหน้า เพราะมีลูกค้าหลายรายมีแผนที่จะบินมาเมืองไทยเพื่อชมห้องตัวอย่าง และปกติของการเปิดการขายทุกครั้ง จะขายได้ 1% หรือประมาณ 130 ล้านบาทของมูลค่าโครงการ 1.3 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทสามารถขายโครงการดังกล่าวได้แล้วประมาณ 55% เป็นลูกค้าคนไทย 40% และคาดว่าจะสามารถขายปีหน้าและปีถัดไปอีกปีละ 15% เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะขายได้ทั้งหมด 80% ส่วนที่เหลือจะขายหมดเมื่อสร้างเสร็จ ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในปี 2558
น.ส.จิราพรรณ ทองตัน ผู้อำนวยการกองบริหารการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ ยอดขายของสาขาเดิมในต่างจังหวัดโตต่ำกว่าเฉลี่ยในอดีต เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวลง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
อย่างไรก็ดี บริษัทเตรียมงบด้านการตลาดไว้ประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อผลักดันยอดขายในปีนี้เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ 18% หลังจาก 9 เดือน มียอดขายรวม 17,733 ล้านบาท เติบโตประมาณ 16.1%
สำหรับแผนการลงทุน 5 ปี (2555-2559) ตั้งเป้าจะเปิดสาขาศูนย์การค้าใหม่ปีละประมาณ 5 แห่ง และปรับปรุงสาขาเดิม 5 แห่ง ตั้งงบไว้ที่ 300 ล้านบาทต่อปี
“หากปีหน้าเศรษฐกิจโต 4% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% ประเมินว่ายอดขายของบริษัทในปีหน้าจะเติบโตประมาณ 56% โดยยังไม่รวมสาขาที่เปิดใหม่”
นายฉัตรธัย พันธัย ผู้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) กล่าวว่า รายได้ปีนี้มีโอกาสโตทะลุเป้าหมายที่ระดับ 11% จากปี 2555 มีรายได้ 2,670 ล้านบาท หากสถานการณ์การเมืองไม่รุนแรง
สำหรับปี 2557 บริษัทประเมินว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการ 2 สนามบิน 5,175 ล้านลิตร เติบโต 5% ส่วนรายได้จะเติบโต 6% และตั้งงบลงทุนประมาณ 1,300 ล้านบาท







