
สินมั่นคงเสียงดังปีนี้กำไรดี
คุยฟุ้งผลตอบแทนลงทุนในหุ้นดีเกินคาดเสี่ยสั่งลุยหลังเบี้ยเติบโตถึง9พันล้าน
คุยฟุ้งผลตอบแทนลงทุนในหุ้นดีเกินคาดเสี่ยสั่งลุยหลังเบี้ยเติบโตถึง9พันล้าน
สินมั่นคงประกันภัย ฟันธงปีนี้ไฉไลเบี้ยสูงร่วม 9,000 ล้านบาท กำไรหุ้นเพียบ
นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย เปิดเผยว่า ในสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะทำเบี้ยได้ถึง 8,995 ล้านบาท หรือเติบโต 1112% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับผลประกอบการช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เบี้ยรวมโตประมาณ 6,634 ล้านบาท แบ่งเป็น เบี้ยรถยนต์ 5,976 ล้านบาท และเบี้ยที่ไม่ใช่รถยนต์ หรือนันมอเตอร์ 658 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 678 ล้านบาท มีกำไรจากการรับประกัน 412 ล้านบาท และกำไรจากการลงทุนสูงถึง 445 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทเตรียมเข้าลงทุนในตราสารทุนเพิ่ม เพราะเชื่อว่าแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยจะมีการปรับตัวลงตามสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ โดยมองกรอบดัชนีในการเข้าลงทุนครั้งนี้ที่ 1,300 จุด ซึ่งบริษัทจะเน้นลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากภายในประเทศ รวมถึงหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายปันผลดี มีอัตราการจ่ายปันผลโตต่อเนื่อง อย่างเช่นหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มอาหาร กลุ่มสื่อสาร กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มพลังงาน ซึ่งการเข้าลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มครั้งนี้ จะดูจังหวะที่เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่
“ปัจจุบันเงินลงทุนในตราสารทุนของบริษัทอยู่ที่ 14% หรือประมาณ 1,434 ล้านบาท คาดว่าการเข้าลงทุนรอบใหม่ในช่วงดัชนีลงรอบนี้สัดส่วนการลงทุนในหุ้นจะปรับเพิ่มเป็น 15% คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนประมาณ 1,575 ล้านบาท ซึ่งเราจะคงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นดังกล่าวไปจนถึงช่วงปี 2557 การเข้าลงทุนเพิ่มในตราสารทุนรอบนี้ เชื่อว่าเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทจะได้หลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและราคาถูกมีแนวโน้มกำไรในระยะยาว” นายเรืองเดช กล่าว
นายเรืองเดช กล่าวอีกว่า ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้กำไรจากการลงทุนประมาณ 445 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล 260 ล้านบาท และกำไรจากการขายทำกำไรในหลักทรัพย์ 184 ล้านบาท เติบโตสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ทำได้เพียง 333 ล้านบาท หรือคิดเป็น 33% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการขายทำกำไรในหลักทรัพย์ที่ลงทุน
สำหรับแนวโน้มการลงทุนปี 2557 บริษัทอาจมีการปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากตามอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ ในส่วนของตราสารทุนบริษัทคงเลือกหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีระดับราคาที่เหมาะสมลงทุน ซึ่งเชื่อว่าความผันผวนของตลาดจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ จะสร้างโอกาสให้บริษัทสามารถลงทุนเพิ่มในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีราคาเหมาะสมในปีหน้า







