
"บล.บีฟิท"หยุดทำธุรกิจไอบี
BSEC หยุดทำธุรกิจไอบีชั่วคราวตั้งแต่ มี.ค. ชี้ต้นทุนไม่คุ้มรายรับ เน้นเพิ่มมาร์เก็ตติงหลังเหลือรายได้ทางเดียวจากคอมมิชชัน โวถูกจีบควบรวม แต่ไม่สน
BSEC หยุดทำธุรกิจไอบีชั่วคราวตั้งแต่ มี.ค. ชี้ต้นทุนไม่คุ้มรายรับ เน้นเพิ่มมาร์เก็ตติงหลังเหลือรายได้ทางเดียวจากคอมมิชชัน โวถูกจีบควบรวม แต่ไม่สน
นายวรกิจ สร้างศรีวงศ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บีฟิท เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้ขออนุญาตกับหน่วยงานกำกับตลาดทุน เพื่อขอหยุดการดำเนินธุรกิจวาณิชธนกิจ (ไอบี) เป็นการชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสูงเกินกว่ารายรับหรือกำไรที่จะได้
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าตอนนี้ทุกโบรกเกอร์ก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน โดยปัจจุบันบริษัทมีค่าใช้จ่ายเฉพาะเงินเดือนพนักงานฝ่ายวาณิชธนกิจแต่ละเดือนสูงถึง 1 ล้านบาทต่อเดือน
ขณะที่งานด้านวาณิชธนกิจของบริษัทลดลงตั้งแต่เกิดกรณีการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้รับประกันการจำหน่ายขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ให้กับบริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) ทำให้ลูกค้าไอพีโอที่มีอยู่ 2 รายในตอนนั้นสุดท้ายก็ยกเลิกไปโดยลูกค้าและบริษัทเอง
“หลังจากเกิดกรณีกับ TPOLY บริษัทมีพนักงานฝ่ายวาณิชธนกิจ 12 คน แต่ตอนนี้เหลือพนักงานเพียง 1 คน เพื่อรองรับการบริการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับ TPOLY ตามสัญญาที่เหลืออยู่ ซึ่งการขอหยุดดำเนินการด้านวาณิชธนกิจเป็นการชั่วคราวเท่านั้น แต่หากทุกอย่างพร้อมบริษัทก็จะกลับมาดำเนินธุรกิจวาณิชธนกิจอีก” นายวรกิจ กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีรายได้หลักจากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชัน) ทั้งหุ้นและอนุพันธ์เพียงอย่างเดียว และแม้ปัจจุบันส่วนแบ่งรายได้ (มาร์เก็ตแชร์) บริษัทจะอยู่ที่ 0.8% ก็ตาม แต่บริษัทก็พยายามเพิ่มรายได้จากค่าคอมมิชชันมากขึ้นด้วยการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) จนปัจจุบันมีเกือบถึง 50 คน จากเดิมอยู่ที่ 35 คนเท่านั้น
นายวรกิจ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการควบรวมกิจการกับโบรกเกอร์อื่นคงไม่เกิดขึ้น แม้ตอนนี้บริษัทจะได้รับการติดต่อจากโบรกเกอร์บริษัททั้งในและต่างประเทศอยู่หลายแห่ง แต่บริษัทไม่สามารถสนองข้อเสนอกับบริษัทนั้นได้ หากต้องเลือกควบรวมที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 10% แต่หากรวมกันแล้วไม่รู้สึกสบายใจและต้องกลายมามีปัญหาภายในกันอีกก็คงไม่เลือก
ด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการสายงานวาณิชธนกิจ บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ในฐานะแกนนำในการรับประกันและจัดจำหน่ายหุ้น กล่าวว่า นักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้นธีระมงคล อุตสาหกรรม (TMI) อย่างล้นหลาม ซึ่งสามารถขายได้ทั้งหมด เต็มจำนวน 80 ล้านหุ้น โดยหุ้นดังกล่าวได้จัดสรรให้กับนักลงทุนประมาณ 600 ราย TMI เป็นผู้ออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายบัลลาสต์ อุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง อุปกรณ์ควบคุมที่เกี่ยวข้อง
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ราคาหุ้นที่เสนอขายหุ้นละ 0.88 บาท ถือว่าเหมาะสม และคิดราคาที่พีอีประมาณ 8 เท่า โดย TMI เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยจะเข้าซื้อขายในตลาดเอ็ม เอ ไอ วันที่ 14 พ.ค. 2553







