posttoday
ฐานที่มั่นใหม่สินค้าหรู

ฐานที่มั่นใหม่สินค้าหรู

26 พฤศจิกายน 2556

ภูมิภาคเอเชียกำลังเป็นฐานที่มั่นใหม่ของแบรนด์สินค้าหรู ท่ามกลางเศรษฐกิจในตลาดพัฒนาแล้วที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

ภูมิภาคเอเชียกำลังเป็นฐานที่มั่นใหม่ของแบรนด์สินค้าหรู ท่ามกลางเศรษฐกิจในตลาดพัฒนาแล้วที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

ข้อมูลจากยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเมินว่า การบริโภคสินค้าหรูในเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มขยายตัว 170% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า บดบังรัศมีของตลาดยุโรปตะวันตกและสหรัฐที่เคยเป็นผู้นำในการบริโภคสินค้าหรูก่อนหน้านี้

โดยเฉพาะจีนเป็นตลาดสินค้าหรูที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้คนจีนมีฐานะมั่งคั่งขึ้น ประกอบกับวัฒนธรรมการออมของเหล่าตี๋หมวยที่สร้างโอกาสให้กับตลาดสินค้าหรู เพราะคนจีนมักจะหยอดกระปุกราวครึ่งหนึ่งของรายได้

จิง อุลริช กรรมการผู้จัดการและรองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค ระบุว่า ชาวจีนมีเงินออมมากกว่า 200% ของจีดีพี หรือเท่าๆ กับมีเงินซุกหีบอยู่ราว 20 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เช่นเดียวกับหลายประเทศในอาเซียน ที่ธุรกิจสินค้าหรูมีโอกาสเติบโตสูง แต่ถูกละเลยก่อนหน้านี้

ผลการศึกษาของ เบน แอนด์ คอมปะนี ที่เผยแพร่เมื่อเดือนต.ค. พบว่า อินโดนีเซีย และเพื่อนบ้านในอาเซียน ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม และไทย จะเป็นกลจักรใหม่ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดสินค้าหรูในภูมิภาคเอเชีย โดยตลาดสินค้าหรูในอาเซียนเติบโต 11% ในปี2555-2556 สูงกว่าอัตราเติบโตทั่วโลกที่อยู่ที่ 6%

สำหรับตลาดอินโดนีเซียมีศักยภาพมากเพราะได้อานิสงส์จากตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรถึง 250 ล้านคน รวมถึงเศรษฐกิจที่ขยายตัว และเทรนด์การช็อปสินค้าไฮเอนด์ที่ยอดขายเติบโตในระดับเลขสองหลัก

แชนนอน ฮาร์โตโน รองประธานบริษัท ไทม์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทค้าปลีกและตัวแทนจำหน่ายสินค้าหรูในอินโดนีเซีย เช่น แบรนด์ชาแนล โรเล็กซ์ กุชชี่ บอกว่า ตั้งแต่ปีที่แล้วมีแบรนด์หรูแวะเวียนมาคุยกับบริษัทมากมาย อาทิ คาร์เทียร์ ฟอสซิล และโรเจอร์ ดูบุยส์ เพราะมองเห็นโอกาสในอนาคต ซึ่งไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่เป็นศักยภาพที่มีมาก

ในขณะนี้สิงคโปร์ยังเป็นผู้นำตลาดสินค้าหรู ไม่ใช่แค่ลูกค้าชาวสิงคโปร์ที่มีจำนวนไม่มาก แต่สิงคโปร์เป็นแหล่งช็อปสินค้าหรูที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อของนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวอินโดนีเซียผู้มั่งคั่งที่ข้ามมาช็อปปิ้งในแดนลอดช่องช่วงสุดสัปดาห์

น่าสังเกตว่า แม้หลายประเทศในอาเซียนจะมีโอกาสทะยานขึ้นเป็นฐานที่มั่นในธุรกิจสินค้าหรู ไม่ว่าจะเป็นไทย มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย แต่ประเทศเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อตลาดสินค้าหรู กฎระเบียบต่างๆ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ยังมีน้อย

ยกตัวอย่างในแดนอิเหนาที่มีปัญหาเรื่องพื้นที่เช่าที่มีราคาแพง รวมถึงต้นทุนแรงงานที่สูง โดยต้นทุนการดำเนินธุรกิจแบ่งเป็นการจ่ายเงินเดือนคิดเป็น 40% และค่าเช่าในสัดส่วน 40%

ส่วนกรณีของไทยที่มีแนวโน้มจะเป็นตลาดสินค้าหรูที่บูม ก็ยังมีจำนวนผู้มีกำลังซื้อที่จำกัด แต่มีโอกาสจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยว

นอกจากนี้ หลายประเทศในอาเซียนกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท