
ข่าวย่อยกองทุน
TGROWTH เริ่มให้ซื้อ
TGROWTH เริ่มให้ซื้อ
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.1) ไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอนอินดัสเทรียล โกรท หรือ TGROWTH เปิดเผยว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ จะเสนอขายหน่วยลงทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 26 พ.ย.-2 ธ.ค. 2556ในราคาเสนอขายหน่วยละ 10 บาท โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนและธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้สนับสนุนการขายหน่วยลงทุน
“กองทุนกำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 4 หมื่นบาท ซึ่งมั่นใจนักลงทุนตอบรับ เพราะจุดเด่นของทรัพย์สินที่ผสมผสานระหว่างโรงงานกับคลังสินค้า ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ของภาคการผลิตและโลจิสติกส์ที่สำคัญ รวมทั้งมีโอกาสเติบโตสูงจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต” นางโชติกา กล่าว
WHAPF เพิ่มทุนฉลุย
นายประเสริฐ ขนบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ ฟันด์ (WHAPF) และนักลงทุนทั่วไปจองซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เต็มมูลค่าโครงการ 4,055 ล้านบาท
“ยอดการจองซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มทุนไม่เพียงสะท้อนถึงความไว้วางใจในการบริหารกองทุนของ บลจ.กสิกรไทย หากยังแสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในศักยภาพของทำเล ที่กองทุนเตรียมจะขยายการลงทุนในโครงการคลังสินค้าและโรงงานจำนวน 5 โครงการ และโครงการระบบปรับอากาศ 1 โครงการ ซึ่งโครงการทั้งหมดไม่เพียงโดดเด่นด้วยมาตรฐานการก่อสร้างในระดับสากล” นายประเสริฐ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ บลจ.กสิกรไทย อยู่ระหว่างดำเนินการจัดสรรหน่วยลงทุน ซึ่งสามารถตรวจสอบผลการจัดสรรหน่วยลงทุนเพิ่มทุนได้ทาง www.kasikornasset.com
สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสจองซื้อในครั้งนี้ สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนในกองทุนได้ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งคาดว่าหน่วยลงทุนเพิ่มทุนจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ภายในต้นเดือน ธ.ค.นี้
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ ฟันด์ (WHAPF) ปัจจุบันมีจำนวนเงินทุนโครงการ 5,252 ล้านบาท และภายหลังดำเนินการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 นี้แล้วจะส่งผลให้กองทุนมีขนาดโครงการเพิ่มเป็นประมาณ 9,308 ล้านบาท ปัจจุบันมีการลงทุนในอาคารคลังสินค้าและอาคารโรงงานรวมแล้ว 9 โครงการ ประกอบด้วยโครงการคลังสินค้า 7 โครงการ
ซึ่งทุกโครงการยังคงมีผู้เช่าเต็มพื้นที่ ทั้งนี้นับตั้งแต่จัดตั้งโครงการในปี 2553 เป็นต้นมา
กองทุนมีรายได้อย่างสม่ำเสมอจากค่าเช่าอาคารคลังสินค้าและอาคารโรงงาน และมีการประกาศจ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 11 ครั้ง อัตราการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 2.0692 บาทต่อหน่วย โดยมีอัตราการจ่ายปันผลในรอบปีบัญชีที่ผ่านมาประมาณ 7.20 % ต่อปี มูลค่าเงินปันผลรวมแล้วทั้งสิ้นประมาณ 651 ล้านบาท







