
การเมืองดึงผลตอบแทนตราสารหนี้พุ่ง0.4%
พิษการเมืองดึงดอกเบี้ย พันธบัตรเพิ่ม 0.4% จับตาลดคิวอี กดดันตลาดเงินผันผวน
พิษการเมืองดึงดอกเบี้ย พันธบัตรเพิ่ม 0.4% จับตาลดคิวอี กดดันตลาดเงินผันผวน
นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานคณะกรรมการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ได้ส่งผลให้ผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรไทย หรือตราสารหนี้ระยะยาวเพิ่มสูงขึ้นแล้ว 0.3-0.4% เมื่อเทียบกับต้นปี
ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศที่มีความไม่แน่นอน โดยหากสหรัฐลดมาตรการคิวอีลงจะทำให้ตลาดการเงินโลก และตลาดพันธบัตรไทยได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทและดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้น
นายบัณฑิต กล่าวว่า การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังในปีหน้า ต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะจะมีแรงกดดันจากด้านสภาพคล่องจากตลาดต่างประเทศ และผลกระทบในแง่เศรษฐกิจ ที่จะมีผลต่อความสามารถในการหารายได้ และการชำระหนี้ของภาคครัวเรือน
สำหรับแนวโน้มผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น ในทิศทางเดียวกับตราสารหนี้ต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตลาดการเงินยังให้จับตาปัญหาการเมืองซึ่งหากยืดเยื้อจะกระทบการลงทุนระยะสั้น การท่องเที่ยวและการลงทุนโดยตรงของต่างชาติ
นายอีวาน เจ.อเซียส หัวหน้าสำนักการบูรณาการเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวว่า การลงทุน ในเอเชียตะวันออกยังมีความอ่อนไหวต่อนโยบายคิวอี ซึ่งทำให้เกิดความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย สภาพคล่องเริ่มตึงตัว ราคาสินทรัพย์ลดลง
สำหรับการลงทุนในไทยยังไม่น่าห่วงเพราะมีพื้นฐานที่ดี และมีทุนสำรองเพียงพอจะรับมือความผันผวนได้ แม้ว่าจะมีปัญหาทางการเมืองแต่ก็ยังไม่เห็นนักลงทุนทิ้งตลาดพันธบัตรไทย
ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา พันธบัตรสกุลเงินบาทมีมูลค่า 8.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.8% ส่วนพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาคเอเซียตะวันออก ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมาขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มีมูลค่า 7.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการเติบโตจากตลาดอินโดนีเซีย 3.9% ฟิลิปปินส์ 3.6%และจีน 3%







