
คนจนในกทม.แสนสาหัส
หนี้สินของครัวเรือนสูงลิ่ว2.32แสนบาทต้องควักเงินจ่ายดอกเบี้ยปีละ59.45%
หนี้สินของครัวเรือนสูงลิ่ว2.32แสนบาทต้องควักเงินจ่ายดอกเบี้ยปีละ59.45%
คนจน กทม.อาการหนัก รายได้ไม่พอรายจ่าย หนี้สินท่วมหัว ต้องเสียดอกเบี้ยสูงลิ่วปีละ 59.45%
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงสถานการณ์และแนวโน้มผู้มีรายได้น้อยในเขตเมือง พบว่า ผู้มีรายได้น้อยในเขตเมือง 2.5 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 9 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ย 1 ใน 3 ของรายได้เฉลี่ยของผู้อยู่ในเมือง หรือมีรายได้เฉลี่ยแค่เดือนละ 3,248 บาทต่อคน ซึ่งต่ำกว่ารายจ่ายเฉลี่ยที่สูงถึง 3,642 บาทต่อคน
นอกจากนี้ ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย 44% กลับมีหนี้สินโดยเฉลี่ยต่อครัวเรือนเท่ากับ 1.22 แสนบาท โดยครอบครัวผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ มีหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงสุด 2.32 แสนบาทต่อครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสัดส่วนครัวเรือนที่เป็นหนี้สูงสุดแค่ 55.41%
สศช.ยังพบว่า ผู้มีรายได้น้อยในเขตเมือง 58.7% เป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน ที่เหลือ 32.2% เป็นการเช่าบ้าน ซึ่งคนในเขตกรุงเทพฯ มีสัดส่วนการเช่า 57.8% เนื่องจากเป็นการย้ายถิ่นมาทำงานและศึกษา และการเช่าที่อยู่ทำให้ผู้มีรายได้น้อยขาดโอกาสได้รับความช่วยเหลือโครงการน้ำไฟฟรีและต้องจ่ายในราคาแพงกว่า เนื่องจากผู้ให้เช่าเรียกเก็บ
ทั้งนี้ ผลสำรวจผู้มีรายได้น้อยในเขตเมืองต่อการปรับตัวต่อภาวะค่าครองชีพในช่วงเดือน ต.ค. ยังพบว่าผู้มีรายได้น้อยในเขตเมืองกว่า 3 ใน 4 ได้รับผลกระทบเรื่องรายได้และรายจ่าย และเกือบ 50% มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และ 3 ใน 5 ของประชากรตัวอย่างพบว่ามีหนี้สิน เป็นหนี้สินที่สามารถผ่อนชำระได้ 81.4% และเป็นหนี้สินที่ผ่อนชำระไม่ได้ 18.6%
นอกจากนั้น ผู้มีรายได้น้อยในเขตเมืองมีหนี้สินเฉลี่ย 1.49 แสนบาท ต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยปีละ 31.32% แหล่งเงินกู้ส่วนใหญ่ของผู้มีรายได้น้อยในเขตเมืองเป็นสถาบันการเงิน 65% เป็นการกู้นอกระบบ 17% ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนการกู้เงินนอกระบบหรือจากเพื่อนหรือญาติในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้มีรายได้น้อยในภูมิภาค
ด้วยข้อจำกัดด้านหลักทรัพย์ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ต้องเสียอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่สูงกว่าภาคอื่นๆ ปีละ 59.45% ขณะที่ในภูมิภาคจ่ายดอกเบี้ยในอัตราเฉลี่ยปีละ 27.76%
สำหรับการปรับตัวของผู้มีรายได้น้อยต่อภาวะค่าครองชีพ พบว่าผู้มีรายได้น้อยในเขตเมือง 3 ใน 4 ใช้วิธีจ่ายน้อยลงหรือใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ซื้อของที่มีคุณภาพลดลง 14.9% ทำงานพิเศษ 21.8% ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยในเขตเมืองเป็นส่วนน้อยปรับตัวโดยกู้ยืมเงิน 10.8% และนำเงินออมมาใช้ 6.4%
สศช.เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อย เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ฝึกอาชีพ พัฒนาทักษะ สร้างวินัยการใช้จ่าย







