posttoday
การเมืองร้อนผลตอบแทนบอนด์เพิ่ม0.3-0.4%

การเมืองร้อนผลตอบแทนบอนด์เพิ่ม0.3-0.4%

25 พฤศจิกายน 2556

สมาคมตราสารหนี้ไทยชี้การเมืองทำดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวเพิ่มแล้ว 0.3-0.4% ด้านเอดีบีชี้ต่างชาติยังมั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทย

สมาคมตราสารหนี้ไทยชี้การเมืองทำดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวเพิ่มแล้ว 0.3-0.4% ด้านเอดีบีชี้ต่างชาติยังมั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทย

นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานคณะกรรมการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้น่าจะมีผลให้ผลตอบแทนในตลาดพันธบัตร(บอนด์)ไทย(Yield)เพิ่มขึ้นมาแล้วประมาณ 0.3-0.4% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของบอนด์ระยะยาว แต่ผลตอบแทนบอนด์ระยะสั้นยังผ่อนลงตามทิศทางนโยบายการเงิน ในภาวะที่ตลาดโลกยังมีความไม่แน่นอนเรื่องระยะเวลาของสหรัฐฯที่จะลดมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงิน(คิวอี) ก็กระทบตลาดบอนด์ไทย ถ้าสหรัฐลดคิวอีจริงสภาพคล่องในตลาดการเงินโลกจะลดถอยลง กระทบสภาพคล่องในตลาดการเงินไทยลดลงด้วย ผลที่ตามมาคือเกิดแรงกดดันให้ดอกเบี้ยไทยปรับสูงขึ้น เป็นข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจที่มีต้นทุนการเงินสูงขึ้น

“ถ้าปีหน้าเราจะลงทุนเพื่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากภาวะที่ชะลอลงในขณะนี้ ยังต้องดูว่าจะทำได้มากแค่ไหน ฉะนั้น ในปีหน้านโยบายการเงินและการคลังต้องระมัดระวังมาก เพราะมี 2 ประเด้นต้องดู คือ 1. ผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดต่างประเทศจะมีเงื่อนไขก่อปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจจากการไหลออกได้มากเพียงใด 2.การลงทุนที่เคยคิดว่าไปได้เพราะดอกเบี้ยต่ำ อาจจะต้องเลือกโครงการที่จำเป็นจริงๆมากขึ้น” นายบัณฑิตกล่าว

ด้านนายอีวาน เจ.อเซียส (Iwan J. Azis) หัวหน้าสำนักการบูรณาการเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ธนาคารพัฒนาเอเซีย(เอดีบี) กล่าวว่า รายงานเอดีบีฉบับล่าสุดได้เตือนว่าเอเซียตะวันออกยังมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของนักลงทุนเมื่อสหรัฐจะทยอยลดคิวอี และสามารถแก้ปัญหาเพดานหนี้ได้ โดยความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายจากปัญหาเหล่านี้จะทำให้ผู้กำหนดนโยบายบริหารจัดการยากขึ้น และภาวะที่สภาพคล่องเริ่มตึงตัวก็จะทำให้ราคาสินทรัพย์ลดลง โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ และอาจส่งผลกระทบต่อฐานะของสถาบันการเงินที่ถือสินทรัพย์ดังกล่าว

“เราเห็นว่าตลาดพันธบัตร(บอนด์)ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเซียตะวันออก รวมถึงไทย ยังเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากประเทศเศรษฐกิจหลักยังซบเซา แต่ภูมิภาคนี้ยังเติบโตและหาผลตอบแทนที่สูงกว่าได้ อย่างไทยถือว่ามีพื้นฐานที่ดีและมีทุนสำรองประเทศในระดับที่เพียงพอจะรับมือความผันผวนได้ ที่ผ่านมามีสถานการณ์ทางการเมืองก็ยังไม่เห้นนักลงทุนขายทิ้งบอนด์สกุลบาท เพียงแต่นักลงทุนจะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดขึ้น”นายอีวานกล่าว

นายอีวาน กล่าวต่อว่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บอนด์สกุลเงินบาทมีมูลค่า 8.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 0.2% และเพิ่มจากระยะเดียวกันปีก่อน 8.8% แม้มูลค่าการออกบอนด์จะลดลงบ้าง จาก 7.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 2 มาอยู่ที่ 6.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บอนด์สกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาคเอเซียตะวันออก ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมาขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มีมูลค่า 7.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการเติบโตจากตลาดอินโดนีเซีย 3.9% ฟิลิปปินส์ 3.6%และจีน 3% ส่วนบอนด์รัฐบาลขยายตัว 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 1.1% โดยมีมูลค่า 4.4 ล้านล้านล้านเหรียญสหรัฐ ด้านหุ้นกู้เอกชนขยาตัว 2.9% จากไตรมาสก่อนหน้า 8% มีมูลค่า 2.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท