
ศก.ซบฉุดธุรกิจสิงคโปร์ชะงัก
ต้นทุนพุ่งเอสเอ็มอีแห่รัดเข็มขัดกูรูชี้แนะใช้ประโยชน์แผนหนุนของภาครัฐ
ต้นทุนพุ่งเอสเอ็มอีแห่รัดเข็มขัดกูรูชี้แนะใช้ประโยชน์แผนหนุนของภาครัฐ
รายย่อยลอดช่อง 44% คาดปีนี้ธุรกิจไม่โต เหตุต้นทุนพุ่ง เสี่ยงผิดชำระหนี้เพิ่ม
ดีพี อินฟอร์เมชั่น กรุ๊ป ผู้ให้บริการข้อมูลด้านธุรกิจและสินเชื่อในประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) พบว่า กว่า 44% มองว่ากิจการอาจไม่มีการขยายตัวเพิ่มเติมในปีนี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มซบเซาลง ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นเหตุให้ธุรกิจจำนวนไม่น้อยดำเนินการตัดลดค่าใช้จ่ายและชะลอการลงทุนเพิ่มเติม จนฉุดรั้งต่อความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลสำรวจความเห็นของธุรกิจในสิงคโปร์ทั้งหมด 2,700 แห่ง พบว่ามีธุรกิจเพียง 7% เท่านั้น ที่คาดว่าธุรกิจจะขยายตัวได้ในระดับ 2 หลัก ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปีนับตั้งแต่ที่มีการสำรวจ ขณะที่มีธุรกิจรายย่อยเพียง 46% ที่ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งลดลงจากเมื่อปีที่แล้วที่ระดับ 56%
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจพบอีกว่า ธุรกิจขนาดเล็กถึง 43% ยอมรับว่างบดุลของบริษัทเริ่มมีความไร้เสถียรภาพและมีแนวโน้มเสี่ยงผิดชำระหนี้สูงขึ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีเพียง 39% เท่านั้น
“ธุรกิจขนาดเล็กในสิงคโปร์ที่เผชิญความเสี่ยงสูง มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า เอสเอ็มอีเผชิญปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านแรงงานที่พุ่งขึ้น ไปจนถึงสภาพแวดล้อมการแข่งขันในสิงคโปร์ที่สูงขึ้น” โฮเหมิงคิท ประธานกรรมการสมาพันธ์ธุรกิจแห่งสิงคโปร์ (เอสบีเอฟ) ระบุ
ประธานเอสบีเอฟ แสดงความหวังว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐบาลแดนลอดช่องในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ จะช่วยกอบกู้ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและเล็กได้โดยเร็ว พร้อมออกโรงเรียกร้องให้บรรดาเอสเอ็มอีเร่งรักษาเสถียรภาพของงบดุล ด้วยการใช้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล เพื่อสามารถพัฒนาผลิตภาพและขยายธุรกิจในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด







