
เอ็มบีเคปรับข้าวเพิ่มอาหารญี่ปุ่น
รวมทุนญี่ปุ่น60ล.ซื้อ2แฟรนไชส์ลุยปีนี้กำไร3พันล้าน
รวมทุนญี่ปุ่น60ล.ซื้อ2แฟรนไชส์ลุยปีนี้กำไร3พันล้าน
เอ็มบีเค กรุ๊ป ระบุข้าวสารกำไรยากขึ้น เจอสารพัดปัญหานโยบายภาครัฐรุมเร้า ปรับตัวทำฟาสต์ฟู้ดอาหารญี่ปุ่น
นายสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี ธุรกิจข้าวถุงในเครือมาบุญครอง หรือเอ็มบีเค กรุ๊ป เปิดเผยว่า ธุรกิจข้าวถุงเป็นธุรกิจที่ความสามารถในการทำกำไรลดลงต่อเนื่อง เพราะโดนกระทบจากนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะปัญหาการรับจำนำข้าว จึงทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงมาก จากอดีตที่ผ่านมากำไรเคยได้สูงกว่า 10% แต่ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 5% เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้บริษัทต้องขยายไลน์ไปยังธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับข้าวมากขึ้น
ทั้งนี้ ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาได้เจรจาร่วมทุนกับบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่น โดยก่อตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อเอ็มบีเค ฟู้ด ซิสเต็มส์ ด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้น 60% เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหาร 2 แบรนด์ คือ ร้านประเภทฟาสต์ฟู้ดอาหารญี่ปุ่น และร้านอาหารประเภทเส้นอุด้งตั้งเป้า 35 ปี จะเปิด 20-30 สาขา ใช้เงินลงทุนสาขาละ 15 ล้านบาท โดยสาขาแรกจะเริ่มเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง ใช้พื้นที่ขนาด 330 ตารางเมตร
“เรายังไม่ทิ้งธุรกิจข้าวถุง โดยก่อนหน้านี้ก็ได้ศึกษาเพื่อที่จะผลิตสแน็ก หรือขนมขบเคี้ยวที่ทำจากข้าว แต่พบว่าขนมประเภทดังกล่าวเติบโตน้อยมาก จึงยังไม่มีแนวคิดที่จะทำข้าวแปรรูป แต่มีแนวคิดที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจข้าว เช่น จะขยายแบรนด์ศูนย์อาหารของเราไปยังศูนย์การค้าแห่งอื่น คือ ศูนย์อาหารเดอะฟิฟท์ ชั้น 5 เป็นอาหารอินเตอร์และศูนย์อาหารฟู้ดส์ไอส์แลนด์ ชั้น 6 มาบุญครอง เนื่องจากได้รับการตอบรับที่ดี” นายสมเกียรติ กล่าว
นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค กล่าวว่า ปี 2557 เอ็มบีเค กรุ๊ป ตั้งเป้าเติบโต 56% เป็นเป้าที่ทำได้จริง จากปีนี้กลุ่มบริษัทโต56% จากปี 2555 ที่รายได้รวมกว่า 9,000 ล้านบาท
“ปีนี้เรามีรายได้จากรายการพิเศษคือจากการขายที่ดิน 18 ไร่ ที่พัทยา จำนวน 2,000 ล้านบาท ที่ดินบนเกาะสมุย 140 ไร่ ได้จำนวน 1,000 ล้านบาท และขายหุ้นโรงแรมเอราวัณ ตั้งแต่ต้นปีนี้ จำนวน 300 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรในปีนี้สูงถึง 3,000 ล้านบาท หลังจากหักภาษี ถือว่าสูงสุดในรอบ 10 ปี” นายสุเวทย์ กล่าว
สำหรับปีหน้าบริษัทจะลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ปรับปรุงทางเชื่อมสกายวอล์กภายนอกไปโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โดยไม่ต้องเดินจากในศูนย์การค้าใช้งบ 300 ล้านบาท ใช้งบปรับปรุงภายในศูนย์การค้ามาบุญครอง 200-300 ล้านบาท การปรับปรุงพื้นที่เฟส 2 ชื่อ ha ha ในศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เป็นโครงการร่วมทุนกับกลุ่มสยามพิวรรธน์ใช้เงินลงทุน 300-400 ล้านบาท
ปีนี้รายได้ของกลุ่มมาจากธุรกิจศูนย์การค้า 30% ธุรกิจข้าว 30% โรงแรม 20% อสังหาริมทรัพย์ 5% การเงิน 10% อื่นๆ 5% โดยแผน 2 ปีจะลงทุนอสังหาฯ มากขึ้น เพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 15%







