posttoday
ทุ่ม200ล้านผุดสาขามาเลเซีย

ทุ่ม200ล้านผุดสาขามาเลเซีย

03 พฤษภาคม 2553

สลิมอัพฯรุกสาขาต่างประเทศ ส่วนไทยตั้งเป้ารายได้โต25%

โพสต์ทูเดย์ — สลิมอัพฯ บุกตลาดต่างประเทศ ทุ่มกว่า 200 ล้านบาท ขยายสาขามาเลเซียปีนี้ 4 แห่ง

น.ส.ทรงสมร พาณิชย์ ผู้บริหารอาวุโส สถาบันลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน สลิมอัพเซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายสาขาในประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยได้เปิดสาขาแรกที่ประเทศมาเลเซียไปแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และกำลังจะเปิดสาขาที่ 2 เร็วๆ นี้ คาดว่าทั้งปีนี้จะเปิดให้ได้ 4 สาขา ใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 200 ล้านบาท

“สาเหตุของการเลือกเปิดสาขาที่มาเลเซียเป็นประเทศแรก เพราะประชากรมาเลเซียมีความสนใจในการลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน ขณะที่ตลาดในไทยบรรลุเป้าหมายแล้ว อิตาลีดำเนินกิจการในประเทศไทยจนบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงขยายไปยังตลาดในต่างประเทศ สำหรับประเทศต่อไปที่บริษัทจะเข้าไปลงทุนนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา” น.ส.ทรงสมร กล่าว

สำหรับตลาดในไทยปีนี้แม้ว่าจะมีปัญหาทางด้านการเมือง และบางสาขาของบริษัทไม่สามารถดำเนินการได้ เช่น สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาชิดลม แต่บริษัทได้จัดการโยกย้ายถ่ายลูกค้าไปใช้บริการในสาขาที่เปิดบริการได้ปกติ ดังนั้นในภาพรวมแล้วบริษัทจึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สถานการณ์ภายในประเทศยังไม่สงบ ทางบริษัทจึงตั้งเป้าเติบโตทางด้านรายได้ไว้ที่ 25% เท่ากับปีที่ผ่านมา ซึ่งหากประเทศไทยไม่มีปัญหาทางการเมือง ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่า 25% อย่างแน่นอน

ด้านแผนการลงทุนในปีนี้ เนื่องจากบริษัทเปิดสาขาครบ 40 สาขา แยกเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 34 สาขา และต่างจังหวัด 6 สาขา ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแล้ว ดังนั้นในปีนี้บริษัทจึงยังไม่มีแผนการขยายสาขาใหม่เพิ่ม แต่จะมุ่งขยายสาขาในต่างประเทศมากกว่า

น.ส.ทรงสมร กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังจัดทำแผนการตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น งบส่งเสริมตลาดผ่านสื่อ และ ณ จุดขาย วงเงิน 300 ล้านบาท ส่วนงบทางด้านการพัฒนาคุณภาพและเทคโนโลยีในการดำเนินงานปีนี้ บริษัทเพิ่มงบดังกล่าวมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 1 เท่า จาก 300 ล้านบาท เป็น 600 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมตลาดลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนในประเทศไทยยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันทางด้านราคายังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้จัดโปรโมชันในบางโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองบริการใหม่ๆ เท่านั้น ไม่ได้เข้าไปแข่งขันทางด้านราคาอย่างจริงจัง ประกอบกับการปรับตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทเป็นผู้ให้บริการกระชับสัดส่วน พัฒนาบุคลิกภาพ ความคิด และสุขภาพ ที่แตกต่างจากคู่แข่งในบางส่วน จึงไม่เป็นที่น่าเป็นห่วงกับการแข่งขันในตลาดดังกล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของบริษัทในปัจจุบันมีสัดส่วนคนทำงานมากที่สุดคิดเป็น 45% นักเรียน นักศึกษา 14% เจ้าของธุรกิจ 25% แม่บ้าน 8% และอื่นๆ 7%

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า