posttoday
ตามหา...หุ้นตัวแรก

ตามหา...หุ้นตัวแรก

24 พฤศจิกายน 2556

หลังจากไปยืนแอบฟัง “นักลงทุน” รัวคำถามใส่ “กูรูการลงทุน” หลายๆ ในงาน SET in the City 2013

หลังจากไปยืนแอบฟัง “นักลงทุน” รัวคำถามใส่ “กูรูการลงทุน” หลายๆ ในงาน SET in the City 2013 ก็พบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่อยากลงทุน แต่ไม่รู้จะซื้อหุ้นตัวไหนดี โดยเฉพาะ “หุ้นตัวแรก”

ดังนั้น จึงต้องขออนุญาตยืมชื่อหนังสือของ อัจฉรา โยมสินธุ์ มาเป็นชื่อเรื่องของสัปดาห์นี้ เพราะนี่คือภารกิจ “ตามหา... หุ้นตัวแรก”

“หุ้นตัวแรก” จะเป็นเครื่องทำนายอนาคตการลงทุนของเราได้ เพราะประสบการณ์จากการลงทุนหุ้นตัวแรกสามารถทำให้เราประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว ในการลงทุนก็ได้

หุ้นตัวแรกทำให้คนจำนวนมากเข็ดขยาดกับการลงทุนในตลาดหุ้นมาแล้ว และขณะเดียวกันหุ้นตัวแรกก็ทำให้คนจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างจริงจังจนกลายเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ

แบบเดียวกับสิ่งที่ “เด็กชายวอร์เรน บัฟเฟตต์” ได้รับจากหุ้นตัวแรกของเขา ในวัย 11 ปี

ฉะนั้น ถ้าคิดจะเลือกหุ้นตัวแรกต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

และนับจากนี้คงไม่มีกำไรแบบโชคช่วย หรือรวยแบบฟลุกๆ คงจะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะกูรูด้านการลงทุนไม่ว่าจะสำนักไหนก็บอกตรงกันว่า ตลาดหุ้นไทยจะไม่วิ่งขึ้นเป็นกระทิงเปลี่ยวเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว แถมยังออกจะผันผวนมาก (ถึงมากที่สุด)

lหุ้นเด่น 9 เมนู

นักลงทุนที่เข้าไปตักตวงความรู้จากงาน SET in the City 2013 น่าจะผ่านหูผ่านตา โครงการ Your 1st Stock ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกันบ้าง และน่าจะได้รับ “หุ้นติดมือกลับบ้าน 9 เมนูเด่น” ติดมือกลับบ้านไปบ้าง

1. หุ้นมหากาพย์

หุ้นในเมนูนี้คัดเลือกจากบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยเลือกบริษัทที่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มใหญ่ (Mega Trends) 5 แนวโน้ม คือ แนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) แนวโน้มเป็นสังคมเมือง (Urbanization) แนวโน้มเทคโนโลยีสื่อสาร 4G แนวโน้มเทคโนโลยี Digital TV และแนวโน้มโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ

อัจฉรา เขียนไว้ในหนังสือ ตามหา... หุ้นตัวแรก ว่า แนวโน้มใหญ่ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งมีผลในวงกว้าง และคาดว่าจะส่งผลต่อไปในอนาคตเป็นระยะเวลานานหลายๆ ปี ซึ่งความเข้าใจเรื่อง Mega Trend นี้จะช่วยให้วางแผนการลงทุนระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. หุ้นจ่ายปันผลสูง

เลือกหุ้นที่จ่ายเงินสดปันผลจากผลประกอบการต่อเนื่อง 5 ปีติดต่อกัน (2551-2555) มีอัตราเงินปันผลตอบแทนเกิน 5% รวมทั้งมีกำไรสุทธิปี 2555 เติบโตมากกว่าปี 2554 และ 6 เดือนแรกของปี 2556 เติบโตมากกว่า 6 เดือนแรกของปี 2555

ในเมนูนี้ได้หุ้นออกมา 12 ตัว โดย MSC มีอัตราเงินปันผลตอบแทนมากที่สุด คือ 7.58%

3. หุ้นกำไรโต๊โต

เลือกหุ้นจากบริษัทที่มียอดขายและกำไรสุทธิเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 5 ปี (2551-2555) และ 6 เดือนแรกของปี 2556 เติบโตมากกว่า 6 เดือนแรกของปี 2555

4. หุ้นอานิสงส์ AEC

เลือกหุ้นจากบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเปิด AEC รวมทั้งบริษัทที่มีการขยายการลงทุนออกไปในภูมิภาค มีสภาพคล่องการซื้อขายดี และไม่เคยขาดทุนเลยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ในเมนูนี้มีหุ้นที่เข้าข่ายมากถึง 33 บริษัท และกระจายอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม

5. หุ้นกำไรดี ROE สูง

บริษัทที่ถูกคัดเข้ามาในเมนูนี้ไม่ใช่แค่บริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 15% เท่านั้น แต่ยังต้องมีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และอัตราหมุนเวียนสินทรัพย์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (D/E) ต่ำกว่า 1 เท่า

ไม่รู้ว่า เพราะเงื่อนไขของเมนูนี้ “เข้ม” เกินไปหรือไม่ จึงทำให้มีหุ้นเพียง 5 ตัวที่เข้าข่าย ได้แก่ ADVANC, BEC, JUBILE, MALEE และ PM

6. หุ้นโกอินเตอร์

เมนูนี้คัดเลือกจากบริษัทที่มีการควบรวมกิจการในต่างประเทศ โดยที่มีสภาพคล่องการซื้อขาย และไม่เคยมีผลดำเนินงานขาดทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

7. หุ้น Beta ต่ำ

ค่า Beta เป็นการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น กับ การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้น โดยมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

ถ้าค่าเบต้า มากกว่า 1 หมายถึง ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวในอัตราที่สูงกว่าการเปลี่ยนแปลงของตลาด

ถ้าค่าเบต้า เท่ากับ 1 หมายถึง ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงเท่ากับการเคลื่อนไหวของตลาด

ถ้าค่าเบต้า น้อยกว่า 1 หมายถึง ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงหรือผันผวนน้อยกว่าตลาด ทำให้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหุ้นมากนัก

ในเมนูนี้เลือกบริษัทที่มีค่า Beta น้อยกว่า 0.5 และยังต้องมีสภาพคล่องการซื้อขาย และไม่เคยมีผลดำเนินงานขาดทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

8. หุ้นพลิกล็อก

บริษัทที่จะติดโผเข้ามาในเมนูนี้จะต้องมีผลการดำเนินงานพลิกกลับมามีกำไรเติบโตต่อเนื่องหลังจากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือรูปแบบการทำธุรกิจ ซึ่งคัดเลือกออกมาแล้วได้ 8 บริษัท คือ CCP, CENTEL, JAS, KAMART, MALEE, RS, SINGER และ SORKON

9. หุ้น Fund Flow ต่างชาติเด่น

บริษัทที่จะมีชื่ออยู่ในเมนูสุดท้ายนี้เป็นบริษัทที่มียอดซื้อสุทธิ NVDR สูงสุด 20 อันดับแรก ซึ่งบริษัทที่มีมูลค่าซื้อสุทธิ NVDR มากที่สุด คือ INTUCH 4.93 หมื่นล้านบาท รองลงมาเป็น ADVANC และ BAY

ทั้งนี้ NVDR เป็นใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนต่างประเทศ ที่สนใจลงทุนในหุ้นไทย แต่ไม่สามารถลงทุนได้ เพราะมีกฎการควบคุมสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์ของคนต่างด้าวที่ระบุไว้ตามกฎหมายไทย จึงต้องถือหุ้นไทยผ่าน NVDR

9 เมนูนี้มีความยาวทั้งหมด 11 หน้ากระดาษ (ใครสนใจไปหยิบได้ฟรีที่งาน วันนี้วันสุดท้ายแล้ว แต่เชื่อว่า หลังจากจบงานคงจะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ที่ www.set.or.th/yourfirststock) มี 156 รายชื่อ 106 บริษัท แสดงว่ามีบางบริษัทที่เข้าข่าย “หุ้นแนะนำ” มากกว่า 1 ประเภท

เห็นแบบนี้แล้วเลยนึกสนุกหยิบรายชื่อหุ้นแนะนำทั้งหมดมาไล่เรียงว่า หุ้นตัวไหนที่ติดโผมากที่สุด และแล้วก็ได้ชื่อ “ผู้ชนะ” ได้แก่ EGCO

EGCO มีชื่อติดโผมากที่สุด คือ 4 เมนู คือ หุ้นได้ประโยชน์จาก AEC, หุ้น Beta ต่ำ, หุ้นโกอินเตอร์ และหุ้น Fund Flow ต่างชาติเด่น

นอกจากนี้ ยังมีหุ้นอีก 13 ตัว ที่ติดโผ 3 เมนู ที่แตกต่างกัน ได้แก่ ADVANC, BIGC, CPALL, CPF, CPN, DCC, HMPRO, MINT, PTT, PTTEP, RATCH, SCC และ STEC

แต่ในจำนวนนี้มีอยู่ 4 ตัว ที่ไม่มีชื่ออยู่ในโผ “หุ้น Fund Flow ต่างชาติเด่น” ทำให้พอสบายใจได้ว่า แม้ว่า “ฝรั่ง” จะจากไปก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับหุ้น 4 ตัวนี้ ได้แก่

DCC (Beta ต่ำ, จ่ายปันผลสูง และกำไรโต๊โต)

HMPRO (หุ้นมหากาพย์, อานิสงส์ AEC และกำไรโต๊โต)

RATCH (อานิสงส์ AEC, โกอินเตอร์ และ Beta ต่ำ)

SCC (หุ้นมหากาพย์, อานิสงส์ AEC และโกอินเตอร์)

lคู่มือคัดเลือกหุ้นดี

ถ้าดูหุ้นใน 9 เมนูนี้แล้ว “ยังไม่โดนใจ” อัจฉรา แนะนำการคัดเลือกหุ้นดี มีคุณภาพ น่าลงทุน โดยใช้ “อัตราส่วนทางการเงิน” ที่สามารถช่วยให้ค้นหา “หุ้นดี มีคุณภาพ” และ “หุ้นน่าลงทุน”

หุ้นที่จะเข้าจ่ายเป็น “หุ้นดี มีคุณภาพ” จะต้องเป็น

หุ้นที่มีกำไรสม่ำเสมอ

หุ้นที่มีการเติบโตต่อเนื่อง

หุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดี

หุ้นที่มีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

หุ้นที่มีหนี้สินในระดับที่เหมาะสม

ขณะที่ “หุ้นน่าลงทุน” จะต้องเป็น

หุ้นที่มีราคาสมเหตุสมผล

(รายละเอียดและวิธีการพิจารณาตามตาราง)

แต่สำหรับคนที่ “แพ้ตัวเลข” อาจจะต้องใช้ความพยายามมากสักหน่อย แต่รับรองว่า ถ้าหาหุ้นดี มีคุณภาพ และราคาน่าลงทุนได้แล้ว หุ้นตัวนั้นก็จะกลายมาเป็นหุ้นตัวแรกที่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้เราได้

หรือถ้ายังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร คงต้องรอสัปดาห์หน้า เพราะจะไปหา “ตัวช่วย” ในการคัดกรองหุ้นน่าลงทุน ที่จะทำให้การคัดเลือกหุ้นเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท