posttoday
ขายพันธบัตรออมทรัพย์

ขายพันธบัตรออมทรัพย์

23 พฤศจิกายน 2556

เตรียมเงินซื้อตามตู้เอทีเอ็มได้เริ่ม2ธ.ค.นี้ บอนด์ลาวดอกเบี้ยสูงจองได้29พ.ย.

เตรียมเงินซื้อตามตู้เอทีเอ็มได้เริ่ม2ธ.ค.นี้ บอนด์ลาวดอกเบี้ยสูงจองได้29พ.ย.

ขายพันธบัตรออมทรัพย์ 3 ปี ดอก 3.85% ให้รายย่อยผ่านเอทีเอ็ม 4,000 ล้าน ปรับโครงสร้างหนี้อุตลุด

กระทรวงการคลัง ประกาศว่า จะดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 โดยการออกพันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ครั้งที่ 1 อายุ 3 ปี วงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.85% แบบไร้ใบตราสารขายให้กับประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ ผู้สนใจจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และวงเงินซื้อขั้นสูง 2 ล้านบาท ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อต่อราย แต่วงเงินรวมที่ซื้อต้องไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท ต่อ 1 ธนาคารตัวแทนจำหน่าย เพื่อเป็นการส่งเสริมการออมของนักลงทุนรายย่อย และประชาชนทั่วไป

ผู้ที่สนใจซื้อพันธบัตรสามารถทำรายการซื้อพันธบัตรดังกล่าว ผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย 4 แห่ง คือธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 2 ธ.ค. 2556-31 มี.ค.2557

ด้านธนาคารทหารไทย และธนาคารกรุงเทพ จะจัดจำหน่ายพันธบัตรกระทรวงการคลัง แห่ง สปป.ลาวล็อตใหม่วงเงิน 3,000 ล้านบาท แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ผ่านสาขาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 2556 และวันที่ 2-3 ธ.ค. 2556 นี้ โดยเป็นพันธบัตรอายุ 3 ปี และ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.60-4.70% และประมาณ 5.10-5.20% ตามลำดับ กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 5 แสนบาทต่อชุด และเป็นทวีคูณของ 1 แสนบาท

ขณะที่ น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาลในเดือน ต.ค. 2556 จำนวน 1.39 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการออกตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด 1.14 แสนล้านบาท และการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลและเงินกู้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF 1) ที่ครบกำหนด 2.5 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันได้ชำระหนี้เป็นเงิน 1.22 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการชำระหนี้ของรัฐบาลจากงบประมาณชำระหนี้ 2,467 ล้านบาท ชำระต้นเงินกู้ภายใต้ พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ 516 ล้านบาท และการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ (FIDF 1) จำนวน 2,03 ล้านบาท และการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูระยะที่สองฯ (FIDF 3) จำนวน 1,052 ล้านบาท

สำหรับการเบิกเงินกู้นั้น ได้เบิกจ่ายเงินกู้ 500 ล้านบาท จากสัญญาเงินกู้วงเงิน 1.53 หมื่นล้านบาท ที่ลงนามในสัญญาเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ นอกจากนี้ ยังเบิกจ่ายเงินกู้ เพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือรฟม.กู้ต่อ 1,937 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 792 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท