posttoday
"ผักไหม" โมเดลชุมชนเกษตรเข้มแข็ง

"ผักไหม" โมเดลชุมชนเกษตรเข้มแข็ง

22 พฤศจิกายน 2556

หากใครจะเหมารวมว่า เป็นเกษตรกรทำไร่ ทำนาแล้วจะจนเหมือนกันหมดทุกคนไม่ได้แล้ว เพราะวันนี้เกษตรกรในชุมชนผักไหม จ.ศรีสะเกษ

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

หากใครจะเหมารวมว่า เป็นเกษตรกรทำไร่ ทำนาแล้วจะจนเหมือนกันหมดทุกคนไม่ได้แล้ว เพราะวันนี้เกษตรกรในชุมชนผักไหม จ.ศรีสะเกษ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นนั้น ทำได้ง่ายนิดเดียว เพียงแต่ต้องสามัคคีกันและเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นคนอื่น เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตที่มีอยู่

ไพฑูรย์ ฝางคำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน “ผักไหม” จ.ศรีสะเกษ เล่าว่า ก่อนที่จะรวมกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจ ครอบครัวมีหนี้สินจำนวนมาก แต่พอมีการรวมกลุ่มกันก็สามารถปลดหนี้ได้ทั้งหมดภายในเวลาไม่นาน เพราะมีการจัดการชุมชนให้มีการรวมกลุ่ม เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในชุมชนให้อยู่ดีกินดี โดยเน้นการเกษตรแบบเพิ่มผลผลิตเป็นสำคัญ

“วิธีการดังกล่าวก็คือ การช่วยกันคิดต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ เช่น การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังสามารถนำมาบรรจุขายเป็นแบรนด์ของชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน อีกทั้งยังไม่ทำให้ดินเสื่อมโทรมด้วย เพราะปริมาณการใช้ปุ๋ยลดลงกว่าครึ่ง” ไพฑูรย์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัท สยามคูโบต้า ในการแนะนำส่งเสริมให้ปลูกถั่วเหลืองหลังการเก็บเกี่ยวข้าว รวมถึงสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตรในเรื่องต่างๆ เช่น การทำนาดำ การทำการเกษตรปลอดการเผา การขยายแปลงนา การบริหารจัดการด้านเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงหาตลาดในการกระจายผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้อีกทาง

ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกเกษตรกรจาก 17 หมู่บ้านใน ต.ผักไหม ทั้งหมด 134 ราย รวมพื้นที่เกษตร 1,500 ไร่ เพิ่มขึ้นจากช่วงแรกที่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2541 ที่มีสมาชิกเพียงแค่ 28 รายเท่านั้น

ไพฑูรย์ กล่าวต่อว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ทางกลุ่มได้พัฒนาคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวกล้องงอกหอมมะลิ และข้าวฮางหอมมะลิ นอกจากนี้ยังมีรายได้เสริมจากการขายผลผลิตจากพืชบำรุงดิน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วพร้า และปอเทืองอีกด้วย โดยรายได้ที่ทางกลุ่มจ่ายให้สมาชิกจะมีทั้งส่วนที่เป็นรายได้จากผลผลิตเกษตรที่จำหน่ายผ่านกลุ่มและเงินปันผลคืนให้กับสมาชิกต่อรายในอัตราเฉลี่ย 1.50 บาทคูณตามขนาดพื้นที่ที่เข้าร่วม

ทั้งนี้ ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวรวมของกลุ่มปีนี้เดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 500 ตัน แต่เนื่องจากโดนน้ำท่วมไปจึงคาดว่าผลผลิตจะหายไปประมาณ 100 ตัน เมื่อมาทำการคัดเลือกคุณภาพแล้ว คาดว่าจะได้ผลผลิตประมาณ 300 ตัน โดยปีที่ผ่านมาทางกลุ่มสามารถขายเมล็ดพันธุ์ข้าวผ่านกลุ่มสหกรณ์ต่างๆ และเกษตรกรที่สนใจติดต่อเข้ามารับซื้อได้ 80 ตัน และขายถั่วเหลืองได้ 50 ตัน ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เหลือ ส่วนหนึ่งทางกลุ่มก็จะเก็บไว้ใช้เพาะพันธุ์ในฤดูกาลผลิตหน้า อีกส่วนนำมาสีแปรรูปและบรรจุถุงขายภายใต้แบรนด์ชุมชนผักไหม

นอกจากนี้ การรวมกลุ่มนี้ยังช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรได้อีกด้วย เนื่องจากทางกลุ่มมีการรวมตัวกันซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตรทั้งรถไถ รถปั่นข้าว รถดำนาแล รถเกี่ยวข้าว เพื่อไว้ให้บริการสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ในอัตราค่าบริการเพียง 600 บาทต่อไร่ (รถเกี่ยวข้าว) ซึ่งต่ำกว่าการจ้างแรงงานคนเกี่ยวที่ตกไร่ละประมาณ 1,500 บาท อีกทั้งยังเป็นรายได้อีกเสริมอีกส่วนหนึ่งให้แก่สมาชิกกลุ่มด้วย

สำหรับแผนของกลุ่มในปีหน้า คือ ต้องการทำให้กลุ่มสามารถเลี้ยงตัวเองได้มากขึ้นและมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น โดยมีแผนที่จะจดทะเบียนแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของชุมชนผักไหมให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น รวมทั้งพยายามผลักดันให้ผลิตภัณฑ์จากชุมชนผักไหมกลายเป็นสินค้าโอท็อปของ ต.ผักไหม ให้ได้

ด้าน โอภาศ ธันวารชร กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรไทยประสบปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดี ทำให้เกษตรกรจำนวนมากยังคงใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่มีคุณภาพ ต้นข้าวจึงไม่สมบูรณ์และอ่อนแอ เป็นผลให้ผลผลิตข้าวของไทยต่ำและไม่มีคุณภาพ ทั้งยังต้องใช้ต้นทุนในการปลูกที่สูง คูโบต้าจึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรได้รู้จักและนำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพและลดต้นทุนการผลิต โดยจะเลือกส่งเสริมในชุมชนที่มีความเข้มแข็งและตั้งใจจริงๆ เพื่อให้สัมฤทธิ์ผล ผักไหมก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงได้มีการตั้งให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้าผักไหม ขึ้นมา ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบชุมชนเกษตรเข้มแข็งแห่งแรกของจ.ศรีสะเกษ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท