posttoday
ไม่สนถูกลดน้ำหนัก

ไม่สนถูกลดน้ำหนัก

22 พฤศจิกายน 2556

กระทบตลาดไทยจิ๊บๆยันพื้นฐานแกร่งเฟ้นหุ้นเจ๋งยากขึ้นต้องทำการบ้านหนัก

กระทบตลาดไทยจิ๊บๆยันพื้นฐานแกร่งเฟ้นหุ้นเจ๋งยากขึ้นต้องทำการบ้านหนัก

กูรูไม่สนใจโกลด์แมนแซคส์ลดน้ำหนักหุ้นไทย ชี้เป็นรายเดียว แนะนักลงทุนทำการบ้านหนักเฟ้นหุ้นเด่น

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงกรณีบริษัท โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเหลือต่ำกว่าตลาด น่าจะมีผลกระทบน้อยเพราะเป็นเพียงรายเดียว แต่หากเริ่มมีหลายรายและให้เหตุผลเดียวกัน ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามและจำเป็นต้องรับฟัง เพราะน่าจะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมาก

“เหตุผลในการลดน้ำหนักหากมาจากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจของไทย ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลและมีผลตลาดหุ้นไทย” นายจรัมพร กล่าว

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า เรื่องนี้จะเป็นปัจจัยชั่วคราว ส่วนปัจจัยจากการเมืองและคิวอีอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าไทยจะฟื้นตัวเร็วและเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะเป็นปัจจัยกระตุ้นการส่งออกและช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในปีหน้า

สำหรับคำแนะนำในช่วงนี้ให้นักลงทุนชะลอไว้ก่อนเพื่อดูความชัดเจนของปัจจัยต่างๆ แต่หากดัชนีต่ำกว่า 1,400 จุดก็น่าสนใจ และถ้าไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงก็จะไม่หลุดระดับสำคัญที่ 1,350 1,300

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน จัดสัมมนา ในงานมหกรรมการลงทุนครบวงจรแห่งปี SET in the City นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวใน หัวข้อ “มองโลกไทยในมุม Fundamental View” ว่า สูตรสำเร็จของการลงทุนตอนนี้ คือ ต้องเข้าใจระบบเศรษฐกิจและหุ้นที่จะลงทุน

ตอนนี้ยังพอมีหุ้นที่ไม่กระทบกับการเมืองหรือการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย โดยมีผลประกอบการที่มีความแน่นอนสูงมีรายได้แน่นอน และจ่ายปันผลสูงอย่างธุรกิจขายน้ำหรือขายไฟ หรือหุ้นที่มีแบรนด์สินค้าที่แข็งแรง

“นักลงทุนต้องทำการบ้านให้มากเพื่อหาหุ้นเหล่านี้ให้เจอ เดิมเราอาจจะเลือกหุ้นโดยมองจากภาพใหญ่คือเศรษฐกิจมหภาคและลงไปเจาะลึกแบบจุลภาค แต่จากนี้ไปเราต้องมองจากภาพเล็กๆ เป็นรายบริษัท และค่อยมองเศรษฐกิจภาพใหญ่เป็นตัวประกอบ โดยปีหน้ามองพีอี 15 เท่า ดัชนีอยู่ที่ 1,570 จุด” นายก้องเกียรติ กล่าว

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า การลงทุนหลังจากนี้จะไม่ง่ายเหมือน 34 ปีที่ผ่านมา ที่นักลงทุนจะซื้ออะไรหุ้นก็ขึ้นหมด เพราะสภาพคล่องในระบบมาก ตอนนี้นักลงทุนต้องขยันทำการบ้านให้หนักที่จะต้องเลือกหุ้นที่อิงเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงแรก ที่มีแนวโน้มและโอกาสที่จะปรับขึ้นในอนาคต และกลับมาเติบโตได้เร็ว (เทิร์นโอเวอร์)

อย่างไรก็ดี มองว่าภายใน 2 ปีนี้หุ้นยังที่น่าสนใจอยู่เพราะสภาพคล่องในระบบสูง และหุ้นไทยยังดีอยู่ ปีหน้ามีโอกาสปรับขึ้นไปถึง 1,600 จุดได้

“นักลงทุนต้องดูความสามารถทำกำไรที่แท้จริงของบริษัทที่จะลงทุน แต่หากสถานการณ์การเมืองมีความรุนแรงจนถึงขั้นเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอาจทำให้ดัชนีปีหน้าต่ำกว่า 1,400 จุดได้” นายไพบูลย์ กล่าว

น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ต้องดูเรื่องแผนการลงทุนในปีหน้าโดยเฉพาะ 2 เรื่องสำคัญคือ งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลสหรัฐ และการครบกำหนดการขยายเพดานชำระหนี้ของสหรัฐ

“ดีบีเอสฯ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,3501,450 จุด แนวต้านที่ 1,6001,700 จุด” น.ส.อาภาภรณ์ กล่าว

ด้านตลาดหุ้นไทยทรุดหนักกว่าตลาดหุ้นเอเชีย เพราะโดนผลกระทบจากปัจจัยการเมืองและการลดขนาดคิวอีในเร็วนี้ โดยมีแรงขายตั้งแต่เปิดตลาด ทุบดัชนีหลุด 1,400 จุด และแรงขายยังไม่หยุด กดดัชนีร่วงแรงมาปิดที่ 1,375.86 จุด รูดลงแรง ถึง 28.95 จุด คิดเป็น 2.06% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 34,412.59 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายกว่า 2,097 ล้านบาท สถาบันในประเทศทิ้งด้วย 2,918 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69