posttoday
Biz Monitor

Biz Monitor

22 พฤศจิกายน 2556

ไทยละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์พุ่ง 247 คดี

ไทยละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์พุ่ง 247 คดี

พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยว่า ในรอบ 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.คต.ค. 2556 บก.ปอศ. สามารถจับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์แล้วจำนวน 247 คดี ซึ่งมีอัตราสูงกว่าปี 2555 ถึง 54% ที่จับดำเนินคดีจำนวน 160 คดี ก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายถึง 510.85 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดคือ อุตสาหกรรมวิศวกรรมและการก่อสร้าง ตามด้วยอุตสาหกรรมโรงงานผลิต อุตสาหกรรมเครื่องจักร บริษัทรับเหมาช่วงต่อ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมออกแบบ อุตสาหกรรมตัวแทนจำหน่ายและธุรกิจค้าส่งตามลำดับ ขณะที่ในปี 2554 ประเทศไทยถูกจัดลำดับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในอันดับ 7 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คิดเป็น 72% ทำให้ปี 2557 บก.ปอศ.ตั้งเป้าให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมออกตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อให้ประเทศไทยถูกปลดล็อกออกจากประเทศที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ หรือ PWL จากสหรัฐที่ได้ต่อต้านและควบคุมการนำเข้าสินค้าของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และเพื่อให้เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC) แสดงในสมาชิกเห็นว่าประเทศไทยมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อนำไปสู่การออกนวัตกรรมใหม่ๆในยุคดิจิทัลต่อไป" ที่ผ่านมาบก.ปอศ.ได้พยามออกตรวจอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้การจับการละเมิดซอฟต์แวร์นั้น เจ้าของผู้ที่เสียหายต้องดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเข้ามาจึงจะสามารถนำไปสู่การจับดำเนินคดีภายใต้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ผู้ใดที่กระทำความผิดละเมิดลิขสิทธิ์จะได้รับโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ "พ.ต.อ.ชัยณรงค์ กล่าว

นานมีบุ๊คส์เปิดหนังสือใหม่สอนบริหารองค์กร

นางสุวดี จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ กล่าวว่า สำนักพิมพ์อินสปายร์ ในเครือนานมีบุ๊คส์ ได้จัดพิมพ์หนังสือ “ทำงานเป็น เห็นกำไร” ผลงานเขียนโดย ฮาเซงาวะ คะซุฮิโระ ซีอีโอและอดีตประธานบริษัท นิคอนเอสซีลอร์ บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท นิคอน กับบริษัท เอสซีลอร์ ประเทศฝรั่งเศส โดยสามารถพลิกฟื้นบริษัท นิคอนเอสซีลอร์ ที่ขาดทุนถึง 5,000 ล้านเยน ให้กลับมาคืนทุนได้ภายในปีแรก และมีกำไรจ่ายเงินปันผลได้ในปีที่ 2 จึงได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็น “นักบริหารผู้กอบกู้” และได้รับฉายาว่า “คาร์ลอส กอนคนที่ 2” โดยเทียบเคียงกับผลงานการฟื้นฟูบริษัท นิสสัน ได้สำเร็จของ คาร์ลอส กอน หลังจากนั้น ฮาเซงาวะ ยังเป็นผู้วางแผนฟื้นฟูบริษัทต่างๆ อีก 2,400 แห่งด้วย

ทำงานเป็น เห็นกำไร (The President’s Purse) คัมภีร์ด้านการบริหารองค์กรที่จะมาเผย 7 แนวคิด 76 วิธี “ใช้เงินและคนคุ้มค่า สู่กำไรที่งอกงาม” ซึ่งเป็นสุดยอดแนวคิดเพื่อผู้บริหารและคนทำงานได้รู้แก่นแท้ของ “เงิน” รู้เคล็ดลับที่ช่วยให้เป็นมิตรกับเงิน ใช้เงินอย่างเกิดประสิทธิผล สร้างกำไรต่อเนื่อง ไม่มีวันขาดทุน ควบคู่ไปกับวิธีบริหารที่ผันความพยายามของพนักงานทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้กลายเป็น “เม็ดเงิน” ได้ เพื่อให้กิจการอยู่รอดอย่างยั่งยืนในภาวการณ์แข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

นางสุวดี จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า “นานมีบุ๊คส์ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในการนำผู้อ่านได้เรียนรู้ด้วยทางลัด เพื่อพัฒนาการทำงานและการบริหารอย่างเข้าถึงหัวใจคนทำงาน หนังสือทำงานเป็น เห็นกำไร เป็นคัมภีร์ธุรกิจที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย สำหรับทุกชีวิตที่เดินตามความฝันเพื่อมุ่งสร้างกำไรให้ธุรกิจของคุณเดินทางไปได้สำเร็จอย่างราบรื่น ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า กลยุทธ์ กำไร การแข่งขัน และมุ่งไปสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน สามารถบริหารได้ทั้งคนและเงินอย่างถูกทาง และห่างไกลจากคำว่าขาดทุน”

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ได้ให้คำนิยมไว้ว่า “ใหม่ ชัด โดน คือ 3 คำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายความรู้สึกผมต่อหนังสือ ทำงานเป็น เห็นกำไร วิธีเล่าเรื่องกับตัวอย่างจากกูรูด้านธุรกิจอย่างคุณฮาเซงาวะ คะซุฮิโระท่านนี้ ทำให้ฝันในใจของเถ้าแก่รุ่นฝึกหัดอย่างผมดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผมจมลึกไปกับหนังสือเล่มนี้ ซึ่งนักธุรกิจ คนที่กำลังจะเป็นนักธุรกิจ หรือคิดว่าโตไปจะไปเป็นนักธุรกิจ ควรอย่างยิ่งที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้สัก 23 รอบอย่างที่ผมทำ เชื่อว่าจะช่วยให้คุณทำงานเป็น เห็นความสุข เกินความคาดหมายของคุณฮาเซงาวะ คะซุฮิโระเสียอีก”

ฮาเซงาวะ คะซุฮิโระ เปิดเผยว่า “ผมตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ในฉบับภาษาญี่ปุ่นว่า “กระเป๋าเงินท่านประธาน” แต่ไม่ได้หมายความถึง “การเพิ่มเงินในกระเป๋าสู่การเป็นเศรษฐี” แต่มีเป้าหมายเพื่อให้คนทำงานและผู้บริหารรู้เคล็ดลับการทำงานที่ช่วยให้เป็นมิตรกับเงิน ใช้เงินให้เกิดประสิทธิผล สร้างกำไร ไม่มีวันขาดทุน เพื่อให้กิจการอยู่รอดในสังคมที่โหดร้าย และมุ่งหวังให้ผู้บริหารอ่าน ทำงานเป็น เห็นกำไร หรือคนทำงานที่กำลังพัฒนาตนเองเพื่อเป็นผู้บริหารในอนาคต คนที่อยากประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือทำ SME ก็ควรอ่าน เพื่อจะได้ตระหนักว่า เงินบริษัทสำคัญเท่ากับเงินของตัวเอง”

ร่วมกันเสริมสร้างธุรกิจของท่านให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน กับ “ทำงานเป็น เห็นกำไร” ราคาเล่มละ 165 บาท จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ วางจำหน่ายที่ร้านแว่นแก้ว ร้านนานมีบุ๊คส์ช็อป และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสอบถามที่ Nanmeebooks Call Center 02-662-3000 กด 1 www.nanmeebooks.com และwww.facebook.com/nanmeebooksfan

โมเดอร์นฟอร์มผนึกกำลังไลท์ติ้งฯ

นายทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาโมเดอร์นฟอร์มให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งร่วมมือกับดีไซเนอร์และองค์กรต่างๆ มากมาย โดยล่าสุดได้จับมือ บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ หรือ L&E พัฒนาผลิตภัณฑ์พร้อมทั้งได้มีการขยายตลาดใหม่ควบคู่ไปด้วยกัน โดยจะวางจำหน่ายที่โชว์รูมของโมเดอร์นฟอร์มเป็นหลัก และจะมีสินค้าของ L&E มาร่วมวางจำหน่ายด้วย ทำให้มีช่องทางการตลาดที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น เริ่มจากโมเดอร์นฟอร์ม เฟอร์นิเจอร์ ช้อปปิ้ง แกลเลอรี่ ศรีนครินทร์

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน