posttoday
กสิกรฯแนะกันเสี่ยงค่าเงิน

กสิกรฯแนะกันเสี่ยงค่าเงิน

22 พฤศจิกายน 2556

ปีหน้าเงินบาทยังผันผวนตลาดโลกธีรนันท์มั่นใจบาทอ่อนกระตุ้นส่งออก

ปีหน้าเงินบาทยังผันผวนตลาดโลกธีรนันท์มั่นใจบาทอ่อนกระตุ้นส่งออก

กสิกรไทยชี้เศรษฐกิจปีหน้าพอไปได้ แต่ไร้แรงกระตุ้นในประเทศ ยกเว้นลงทุนพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท แนะเอกชนบริการความเสี่ยงปีหน้า จากเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินผันผวน

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในหัวข้อเสวนา “บริหารอย่างไรเมื่อยักษ์ใหญ่...ผันผวน” ว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงอยู่ ไม่ว่าแม้แต่สหรัฐ ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาต่อความต้องการบริโภคในตลาดโลกที่ลดลง และมีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวนกระทบค่าเงินและต้นทุนการเงิน โดยสถานการณ์ขณะนี้ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่า น่าจะช่วยส่งออกไทยให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี การดำเนินธุรกิจในภาวะที่ตลาดผันผวนมีความไม่แน่นอน นักลงทุนควรมีการบริหารจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าจะในตลาดหุ้นที่มีเครื่องมือในตลาดล่วงหน้า (TFEX) หรือค่าเงินบาทที่มีการเปิดให้ซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าค่อนข้างมากให้นักลงทุนใช้ นักลงทุนไม่ควรมองความเสี่ยงเหล่านี้เป็นการพนันเพื่อหากำไร และที่สำคัญคือภาคธุรกิจต้องทำตัวให้เข้มแข็งเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันการรับมือปัจจัยเสี่ยง เช่นเดียวกันควรลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วย

ทั้งนี้ เมื่อไรที่สหรัฐปรับลดมาตรการผ่อนคลายทางปริมาณเงิน (คิวอี) ค่าเงินบาทไทยก็จะปรับอ่อนค่าลงอีก แต่การบริโภคในสหรัฐยังเป็นคำถามอยู่ เชื่อว่าปีหน้าเศรษฐกิจสหรัฐจะเป็นบวกเมื่อเทียบกับปีนี้ แต่คงโตไม่สวยหรูนัก ส่วนยุโรปน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว ปีหน้าตลาดยุโรปน่าจะปรับดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงหนี้สาธารณะอยู่ ด้านญี่ปุ่นยังต้องปรับตัวซึ่งต้องดูว่านโยบาย “อีโคโนมิค อาเบะ” จะนำเศรษฐกิจญี่ปุ่นไปสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่แท้จริงได้มากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาการดำเนินนโยบายยังไม่ลงไปถึงเศรษฐกิจจริงเลย ขณะที่จีนในภาวะนี้จะโตแบบสมดุลขึ้น โดยจะโตที่ระดับ 7.5% ซึ่งคงต้องปรับตัวอีกมาก ขณะที่เพื่อนบ้านในอาเซียนปีหน้าก็น่าจะเติบโตระดับ 45% ภาคธุรกิจไทยคงได้รับประโยชน์จากส่วนนี้บ้าง

“สำหรับเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปีนี้น่าจะขยายตัวได้ที่ 1% และทั้งปีของปีนี้น่าจะโตที่ 3% ลดลงจาก 3.7% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะโต 45% ภาวะเศรษฐกิจอาเซียนรอบๆ ไทยก็น่าจะดีขึ้น แต่เมื่อดูปัจจัยในประเทศยังไม่เห็นมีปัจจัยอะไรมากระตุ้นการบริโภคการใช้จ่ายภายในประเทศ ยกเว้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท” นายธีรนันท์ กล่าว

นายธีรนันท์ กล่าวว่า ในส่วนงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในปีหน้า คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ประมาณ 56 หมื่นล้านบาท ไม่น่าจะถึง 78 หมื่นล้านบาท ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งน่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการลงทุนและบรรยากาศในประเทศได้บ้าง อย่างไรก็ดี การดำเนินธุรกิจในภาวะที่ตลาดผันผวนมีความไม่แน่นอน นักลงทุนควรมีการบริการจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าจะในตลาดหุ้นที่มีเครื่องมือในตลาดล่วงหน้า(TFEX) หรือค่าเงินบาทที่มีการเปิดให้ซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าค่อนมากให้นักลงทุนใช้ ซึงควรใช้ นักลงทุนไม่ควรมองความเสี่ยงเหลานี้เป็นการพนันเพื่อหากำไร และสำคัญคือภาคธุรกิจต้องทำตัวให้เข้มแข็งเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันการับมือปัจจัยเสี่ยง เช่นเดียวกันควรลงทุนเพื่อเพิ่มความสามรถในการแข่งขันด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน