
หนี้เสีย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานสถานะหนี้ครัวเรือนของคนไทย อยู่ที่ระดับ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยหนี้จำนวนนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อเพื่อการบริโภคมีการขยายตัวในอัตราเร่งมากที่สุด
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานสถานะหนี้ครัวเรือนของคนไทย อยู่ที่ระดับ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยหนี้จำนวนนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อเพื่อการบริโภคมีการขยายตัวในอัตราเร่งมากที่สุด
ธปท.แสดงความเป็นห่วงกลุ่มคนยากจนที่มีรายได้น้อยแต่มีภาระมาก จะได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อมีหนี้ในสัดส่วนที่สูงเกินรายได้
นอกจากนี้ ธปท.ระบุว่า ครัวเรือนไทยเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้นจากนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ทำให้คนตัดสินใจเป็นหนี้เพราะอยากได้ส่วนลดภาษีสรรพสามิต 1 แสนบาท ทั้งที่บางคนอาจจะยังไม่พร้อม
และในไตรมาส 3 ของปีนี้ สินเชื่อบุคคลเพื่อการอุปโภคและบริโภคยังคงทำสถิติเป็นหนี้เสียที่มีอัตราการเพิ่มสูงสุด็รน
อย่างไรก็ดี ก็ยังมีภาคธุรกิจที่เอ็นพีแอลปรับลดลง อาทิ สินเชื่อธุรกิจการผลิตลดลงมากที่สุด 3,530 ล้านบาท โดยมียอดคงค้างหนี้เสียที่ 8.17 หมื่นล้านบาท หรือ 3.89% ของสินเชื่อรวม
ส่วนสินเชื่อในธุรกิจบริการมีเอ็นพีแอลลดลง 1,180 ล้านบาท สินเชื่อกิจกรรมทางการเงินและการประกันภัยมีเอ็นพีแอลลดลง 302 ล้านบาท สินเชื่อสาธารณูปโภคและการขนส่งมีเอ็นพีแอลลดลง 130 ล้านบาท และสินเชื่อธุรกิจอื่นๆ มีเอ็นพีแอลลดลง 33 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากพจารณาในรายละเอียดจะพบว่า ธุรกิจที่มีเอ็นพีแอลเพิ่มส่วนใหญ่จากลูกหนี้รายใหม่ ไม่ว่า ธุรกิจอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลที่มีหนี้เอ็นพีแอลจากรายใหม่ 530 ล้านบาท ธุรกิจก่อสร้างมีหนี้เสียรายใหม่เพิ่มขึ้น 407 ล้านบาท ธุรกิจเกษตร ป่าไม้ และประมงมีหนี้เสียรายใหม่ 199 ล้านบาท ธุรกิจการผลิตมีหนี้เสียรายใหม่ 53 ล้านบาท ธุรกิจเหมืองแร่และเหมืองหินมีลูกหนี้รายใหม่มีหนี้เสีย 34 ล้านบาท
ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่มีลูกหนี้ในกลุ่มรีเอ็นทรีกลับมาเสียเพิ่มขึ้น ได้แก่ ธุรกิจเกี่ยวกับกิจกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในระบบ 1,550 ล้านบาท การผลิต 1,110 ล้านบาท และธุรกิจเกษตร ป่าไม้ ประมง 59 ล้านบาท และธุรกิจสาธารณูปโภคและการขนส่ง 52 ล้านบาท







