posttoday
มองเศรษฐกิจ การลงทุนจัดพอร์ตปีม้าทอง

มองเศรษฐกิจ การลงทุนจัดพอร์ตปีม้าทอง

21 พฤศจิกายน 2556

โดย... ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ CEO บลจ.วรรณ

โดย... ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ CEO บลจ.วรรณ

สวัสดีครับ อีกไม่กี่เดือนก็นับเวลาเริ่มเข้าสู่ปี 2557 กันแล้วนะครับ โดยเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาของปี 2556 แม้ว่าจะมีความผันผวนค่อนข้างมาก แต่โดยภาพรวมคงเห็นว่าเริ่มฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และญี่ปุ่น หลังจากที่ชะลอตัวในช่วงก่อนหน้า แต่หากกลับมาดูที่เศรษฐกิจไทยจะเห็นว่าเศรษฐกิจปีนี้ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากการส่งออกยังไม่สามารถพลิกกลับมาฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการบริโภคภาคเอกชนก็กลับชะลอลงหลังจากที่มาตรการต่างๆ ของทางภาครัฐเริ่มหมดลง

ขณะเดียวกันในด้านของตลาดหุ้นไทยของปี 2556 ก็ปรับตัวอย่างผันผวนไปตามกระแสข่าวและเหตุการณ์ต่างๆ (Event Driver) เช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญจากท่าทีต่อช่วงเวลาในการชะลอนโยบายการเงินเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐเป็นหลัก อย่างไรก็ดีจากเสถียรภาพที่มากขึ้นของเศรษฐกิจโลกก็น่าจะส่งผลให้ดัชนี SET Index น่าจะมีโอกาสแตะที่ระดับ 1,500-1,550 จุด ในช่วงปลายปีนี้ได้

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2557 นั้น คาดว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีโอกาสเติบโตสูงค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะยูโรโซนและญี่ปุ่น (หากเทียบกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอย่างเช่นไทย) ซึ่งสนับสนุนให้ธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศน่าจะอัดฉีดสภาพคล่องลดลง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยูโรโซน ซึ่งสวนทางกับเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ใกล้เคียงกับปี 2556 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2557 น่าจะมีโอกาสเติบโตที่ประมาณ 3.5-4% เทียบกับที่คาดว่าจะขยายตัว 3.9% ในปี 2556 โดยแรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากการลงทุนภาคเอกชน เนื่องจากการส่งออกยังต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัวอีกช่วงเวลาหนึ่ง

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อน่าจะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากราคาพลังงานในประเทศที่ปรับขึ้นตามแผนการปรับโครงสร้างราคาสาธารณูปโภคและฐานที่ต่ำในปี 2556 ซึ่งอาจทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครึ่งหลังของปี 2557 ได้

ในด้านของตลาดหุ้นไทยปี 2557 นั้น คาดว่าจะมีโอกาสปรับตัวอย่างผันผวนมากขึ้น เนื่องจากอาจมีกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลกลับเข้าสู่ตลาดของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว หลังจากที่กลุ่มประเทศดังกล่าวมีพัฒนาการของเศรษฐกิจที่เติบโตเด่นชัดกว่าเศรษฐกิจกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงยังมีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ จะชะลอนโยบายการเงินเชิงปริมาณ (QE) ในครึ่งแรกของปี 2557 ด้วย ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจลดลง เนื่องจากอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) มีโอกาสปรับลดลงจาก 17.4% ในปี 2556 มาที่ 16% ในปี 2557

ทั้งนี้ คาดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงมีความน่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มที่อาศัยการบริโภคภายในประเทศและกลุ่มที่สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมทั้งกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC-Linkage) และกลุ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยในปี 2557 ประเมินว่า SET Index น่าจะมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ในกรอบ 1,515-1,680 จุด ภายใต้ระดับราคาต่อหุ้น (P/E) ที่ 14.00-15.52 เท่า โดยมีค่ากลางที่ 1,595 จุด

และจากมุมมองที่คาดว่าเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วน่าจะมีโอกาสการขยายตัวที่เด่นชัดกว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนบางส่วนไปที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างเช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา มากขึ้น และจัดพอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในระดับปานกลาง รวมทั้งลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุตราสารไม่เกิน 6 เดือน จากแนวโน้มที่ กนง. อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ซึ่งจะทำให้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามในช่วงเวลานั้น และแนะนำให้นักลงทุนให้ความสนใจกับตราสารหนี้ในประเทศมากกว่าต่างประเทศ เนื่องจากบางประเทศยังมีปริมาณการก่อหนี้ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับไทย ขณะที่สินค้าโภคภัณฑ์ อย่างเช่น น้ำมัน น่าจะมีโอกาสปรับขึ้นในทิศทางที่จำกัดมากขึ้น เนื่องจากการผลิตจาก Shale Oil แม้จะมีความต้องการซื้อที่มากขึ้นก็ตาม โดยคาดว่าราคาน้ำมัน (WTI) น่าจะเคลื่อนไหวในระดับ 95-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในด้านทองคำ คาดว่าน่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในกรอบแคบๆ ที่ประมาณ 1,200-1,400 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยการปรับขึ้นของราคาเป็นไปในทิศทางที่จำกัด ขณะที่การปรับลดลงก็น่าจะไม่มากนัก แม้ธนาคารกลางสหรัฐจะมีการปรับลดการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบก็ตาม เนื่องจากระดับราคา 1,200 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ อยู่ในระดับใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตแล้ว

อย่างไรก็ดี หากนักลงทุนท่านใดไม่สะดวกหรือไม่มีเวลาในการจัดสรรพอร์ตการลงทุนได้เต็มที่อาจพิจารณาเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีการบริหารจัดการแบบ Absolute Return เนื่องจากกองทุนนี้มีการลงทุนในรูปแบบกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ (Asset Allocation) ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Multi Asset Classes) ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำและน้ำมัน เป็นต้น เพื่อให้เหมาะสมกับการลงทุนแต่ละสถานการณ์นั้นๆ ซึ่งหากนักลงทุนท่านใดสนใจการลงทุนในกองทุนรวมรูปแบบนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.วรรณ หรือผู้สนับสนุนตัวแทนขายหรือรับซื้อคืนลงทุนได้ครับ แต่ทั้งนี้การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุนนะครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน