
อีก10ปีเอเชียมีสัดส่วนประกันเพิ่มเป็น6%
สวิสรี บริษัทรับประกันภัยต่อชั้นนำของโลกฟันธงอีก 10 ปีเบี้ยประกันชีวิตในเอเชียเพิ่มเป็น 6% ของตลาดโลก
สวิสรี บริษัทรับประกันภัยต่อชั้นนำของโลกฟันธงอีก 10 ปีเบี้ยประกันชีวิตในเอเชียเพิ่มเป็น 6% ของตลาดโลก
นายโจนาธาน แทง นักวิจัยและเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ บริษัท สวิสรี บริษัทรับประกันภัยต่อรายใหญ่ของโลก กล่าวว่า ในปี 2566 ตลาดประกันเอเชียจะมีสัดส่วนเบี้ยประกันเพิ่มเป็น 6% ของตลาดโลกที่มีประมาณ 77.38 ล้านล้านบาท จากปี 2555 ที่มีสัดส่วน 4% เพราะเป็นตลาดเกิดใหม่ โดยตลาดจีนจะเพิ่มจาก 5% เป็น 13%
สำหรับ ตลาดประกันวินาศภัยในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงจีนในปี 2556 จะเพิ่มจาก 3% เป็น 4% ของตลาดโลกที่มีประมาณ 48.3 ล้านล้านบาท ถ้าแยกเฉพาะตลาดจีน จะเพิ่มจาก 5% เป็น 13% ในปี 2566 ส่วนเบี้ยประกันสุขภาพของโลกมีทั้งหมดประมาณ 12.42 ล้านล้านบาท รวมเบี้ยประกันทุกประเภทของตลาดโลกมีประมาณ 138 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากประชากรในภูมิภาคเอเชียมีความต้องการประกันชีวิตและประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากคนชนชั้นกลางมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ทำให้คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อเพิ่ม รวมทั้งสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุในเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เบี้ยประกันจากกลุ่มผู้สูงอายุจะเพิ่มตามไปด้วย รวมถึงประเทศไทยที่ในอีก 17 ปีข้างหน้า หรือ ปี 2573 จะมีประชากรที่อายุมากกว่า 65% สัดส่วน 20% ของประชากรทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศอื่นๆ
สำหรับ ปี 2555 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีเบี้ยประกันมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ญี่ปุ่น ตามมาเป็นอันดับ 2 และ อังกฤษมาเป็นอันดับ 3 ส่วนจีนอยู่อันดับ 4 ด้านประเทศไทยอยู่อันดับ 31 ของโลก มีเบี้ยประกันประมาณ 5.6 แสนล้านบาท โดย สวิสเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีการซื้อประกันคิดเป็นเบี้ยต่อหัวประชากรสูงสุดที่ประมาณ 2.25 แสนบาท ตามด้วย เนเธอร์แลนด์ ประมาณ 1.8 แสนบาท ส่วนไทยอันดับ 53 เฉลี่ย 8,000 บาท
นาย แทง กล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจ ประเทศที่พัฒนาแล้วเกิดความไม่แน่นอน โดยเฉพาะ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น โดยเฉพาะสหรัฐมีแนวโน้มความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจสูงมากและมีความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดการผิดนัดชำระหนี้และความไม่แน่นอนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกด้วย
ขณะที่ กลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู เริ่มฟื้นตัวแต่ไม่มาก เนื่องจากความต้องการภายในประเทศยังไม่เห็นทิศทางที่เด่นชัด การปล่อยสินเชื่อของภาคเอกชนยังต้องดำเนินการแบบระมัดระวังต่อไป ขณะที่กฎหมายที่จะรวมธนาคารเข้าด้วยกันเป็นสหภาพ ยังไม่เห็นแนวทางการบริหารจัดการที่เด่นชัด เศรษฐกิจญี่ปุ่น มีการปรับตัวดีขึ้นมาบ้าง ด้านเศรษฐกิจจีนมีทิศทางการเติบโตของระบบเศรษฐกิจที่อาจจะชะลอตัวลง
สำหรับ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรป อังกฤษสหรัฐ ณ ปัจจุบัน ดอกเบี้ยเงินฝากเกือบเป็นศูนย์ ซึ่งถือว่าต่ำมาก ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากจึงไม่ค่อยดีดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการเคลื่อนย้านเงินทุนเข้าสู่ประเทศต่างๆที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะประเทศเกิดใหม่ในเอเชียซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของนักลงทุนประเภทนี้
“ในเอเชีย 10 เดือนที่ผ่านมา มีความผันผวนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างมากทำให้เกิดความไม่แน่นอนเรื่องการส่งออก รวมถึงประเทศไทยด้วย จากนี้ถึงสิ้นปีไทยก็น่าจะยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเหมือนเดิม”นายแทง กล่าว







