posttoday
บทเรียนไต้ฝุ่นฟิลิปปินส์เอ็นจีโอชี้รัฐไม่ใส่ใจโลก

บทเรียนไต้ฝุ่นฟิลิปปินส์เอ็นจีโอชี้รัฐไม่ใส่ใจโลก

21 พฤศจิกายน 2556

หลังจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์จนมีผู้เสียชีวิตถึง 3,982 คน บาดเจ็บ 18,266 คน สูญหาย 1,602 คน

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หลังจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์จนมีผู้เสียชีวิตถึง 3,982 คน บาดเจ็บ 18,266 คน สูญหาย 1,602 คน และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชาวฟิลิปปินส์กว่า 10 ล้านคน ก่อคำถามตามมาว่า เป็นเพราะ “คน” ไม่ร่วมกันใส่ใจปัญหาตั้งแต่ต้นหรือไม่

โพรเล็ตต้า โกเมซ หนึ่งคณะเคลื่อนไหวเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรมแห่งฟิลิปปินส์ (พีเอ็มซีเจ) วิเคราะห์ว่า พายุไห่เยี่ยนที่เข้าถล่มในครั้งนี้ ถือเป็นพายุที่รุนแรงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว และสร้างความเสียหายรุนแรงมากกว่าปกติ ปัญหาดังกล่าวจึงน่าจะเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งล้วนมาจากการกระทำของมนุษย์

“เรายังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศจำนวนมากขึ้นไปทำลายชั้นโอโซน ผลที่ตามมาคืออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น จนก่อให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงกว่าปกติในพื้นที่ต่างๆ”

การจะลดปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นขณะนี้ได้ ประเทศต่างๆ ต้องไม่หยุดเรื่องดังกล่าวแค่ “ความกังวล” ต่อสถานการณ์ แต่ต้องมี “การลงมือปฏิบัติ” เกิดขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับพีเอ็มซีเจมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ต่อการจัดการสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ 1.ต้องการให้ทั่วโลกมุ่งมั่นดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกในทันที เช่น หยุดก่อสร้างโครงการเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานถ่านหินใหม่ๆ ตลอดจนลดการบริโภคพลังงานของบริษัทชั้นนำ 2.ต้องการเงินอุดหนุนสาธารณะสำหรับจัดการให้เกิดเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในโครงการที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลภาคเอกชนที่มีอยู่แล้ว

3.ต้องการให้มีสัญญาผูกมัดเป้าหมายการเตรียมพร้อมด้านการเงินและเทคโนโลยีให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาและจัดให้มีเงินชดเชยแก่ประเทศที่ได้รับความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 4.ต้องการให้หยุดแก้ปัญหาด้วยวิธีผิดๆ เช่น การเพิ่มการซื้อขายคาร์บอนเครดิต การปล่อยให้ภาคเอกชนมีอำนาจเหนือกว่าในการเจรจาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ฝ้ายคำ หาญณรงค์ หนึ่งในคณะทำงานโลกเย็นที่เป็นธรรมของไทย (ทีซีเจ) กล่าวว่า อาเซียนกำลังมุ่งมั่นกับการดำเนินการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะมีโครงการก่อสร้างและโครงการอุตสาหกรรมต่างๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ในทางตรงกันข้าม อาเซียนยังเตรียมมาตรการจัดการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ขณะนี้แผนการดำเนินการด้านเศรษฐกิจและพลังงานที่ทำในหลายประเทศไม่สอดคล้องกับเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจก”

พาโบล โซลอน ผู้อำนวยการบริหาร โฟกัส ออน เดอะ โกลบอล เซาท์ กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังก้าวถอยหลังเรื่องการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังเกตได้จาก 3 ประเด็น 1.ญี่ปุ่นออกมาประกาศว่าจะไม่ดำเนินการตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่ตัวเองต้องทำให้ได้ในปี 2563 ซ้ำร้ายญี่ปุ่นยังจะเพิ่มปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเองอีกถึง 3.8% จากฐานเดิมในช่วงปี 1990

2.ประเทศพัฒนาแล้วลดการนำเงินเข้าสนับสนุนในกองทุนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถึง 70% จากปีที่ผ่านมา และ 3.สหรัฐอเมริกาและประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ ไม่ต้องการนำเงินสนับสนุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“การจะบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทั่วโลกภายในปี 2563”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท