
กู้นอกระบบ
ปัญหาหนักอกของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขณะนี้ คือ สภาพคล่อง ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนค่าแรง 300 บาท ที่เพิ่มขึ้นทันทีเมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ขณะที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการยังมีจำกัด ทำให้ส่วนหนึ่งหันไปกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงลิบลิ่ว ยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น
ปัญหาหนักอกของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขณะนี้ คือ สภาพคล่อง ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนค่าแรง 300 บาท ที่เพิ่มขึ้นทันทีเมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ขณะที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการยังมีจำกัด ทำให้ส่วนหนึ่งหันไปกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงลิบลิ่ว ยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น
อย่างที่ทราบกันดีว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินกู้นอกระบบนั้นสูงมาก เช่น ร้อยละ 3% ต่อเดือน หรือ (36% ต่อปี) หรือร้อยละ 5 ต่อเดือน (60% ต่อปี) ขณะที่กฎหมายกำหนดไว้ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี แต่เจ้าหนี้จะมีวิธีการทำสัญญาหลบเลี่ยงกฎหมาย ฉะนั้นหากจำเป็นต้องกู้ยืม ต้องดูให้ละเอียด ทั้งเปรียบเทียบเจ้าหนี้ เงื่อนไข (อัตราดอกเบี้ย) และสัญญาเงินกู้
แต่สิ่งสำคัญที่สุด สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเป็นหนี้นอกระบบ คือ ความตั้งใจที่จะเป็นอิสระจากหนี้ เพราะหนี้จะทำให้ขาดอิสรภาพทางการเงิน ดังนั้นเมื่อเริ่มเป็นหนี้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินทันที โดย 1.ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น มีเงินเหลือมาจ่ายดอกเบี้ย 2.หาทางเพิ่มรายได้ เพื่อรวบรวมเงินก้อนไปใช้หนี้ และ 3.จดบันทึกการใช้จ่ายและรายรับ แสดงรายการเงินเข้าออก ทำให้มองเห็นจุดที่ควรเพิ่มหรือลด เพื่อจัดการหนี้สินอย่างยั่งยืน
เมื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงไม่ได้ ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงให้ดีที่สุด เรื่องหนี้นอกระบบก็เช่นเดียวกัน







