posttoday
ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดีกว่าฟ้องศาล

ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดีกว่าฟ้องศาล

21 พฤศจิกายน 2556

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจย่ำแย่ รัฐบาลมีนโยบายใช้ประชานิยมแบบสุดขั้ว ปัญหาการเมือง ผู้คนแตกแยกในสังคม เศรษฐกิจภายนอกประเทศรุมเร้า ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้ต้นทุนในการทำธุรกิจสูงขึ้น การแข่งขันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่วนต่างหรือผลกำไรในการประกอบธุรกิจมีน้อยมาก ลูกจ้างหางานทำลำบาก เพราะติดกับดักเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งจ้างมา 300 บาท แต่ถ้าทำงานได้ 200 บาท ต้นทุนของธุรกิจก็ยิ่งมากขึ้น ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยเพราะมีความเครียดจากปัญหาสังคมและนักการเมือง ซึ่งนักการเมืองช่วยกันก่อขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ไม่มีคนไปเที่ยว ทำให้ผู้คนไม่มีรายได้ บางคนว่างงาน ติดการพนัน ติดยาเสพติด หันไปปล้นร้านทอง ปล้นรถขนเงิน งัดแงะตามบ้าน วิ่งราวทรัพย์ สร้างปัญหาให้กับสังคมอย่างต่อเนื่อง สถาบันการเงินก็ไม่ปล่อยสินเชื่อ เลือกเฉพาะลูกค้าเก่าที่มีประวัติการชำระหนี้ดีเท่านั้น

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจย่ำแย่ รัฐบาลมีนโยบายใช้ประชานิยมแบบสุดขั้ว ปัญหาการเมือง ผู้คนแตกแยกในสังคม เศรษฐกิจภายนอกประเทศรุมเร้า ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้ต้นทุนในการทำธุรกิจสูงขึ้น การแข่งขันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่วนต่างหรือผลกำไรในการประกอบธุรกิจมีน้อยมาก ลูกจ้างหางานทำลำบาก เพราะติดกับดักเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งจ้างมา 300 บาท แต่ถ้าทำงานได้ 200 บาท ต้นทุนของธุรกิจก็ยิ่งมากขึ้น ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยเพราะมีความเครียดจากปัญหาสังคมและนักการเมือง ซึ่งนักการเมืองช่วยกันก่อขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ไม่มีคนไปเที่ยว ทำให้ผู้คนไม่มีรายได้ บางคนว่างงาน ติดการพนัน ติดยาเสพติด หันไปปล้นร้านทอง ปล้นรถขนเงิน งัดแงะตามบ้าน วิ่งราวทรัพย์ สร้างปัญหาให้กับสังคมอย่างต่อเนื่อง สถาบันการเงินก็ไม่ปล่อยสินเชื่อ เลือกเฉพาะลูกค้าเก่าที่มีประวัติการชำระหนี้ดีเท่านั้น

ปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นส่งผลให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ และมีการติดตามหนี้ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทนายคลายทุกข์จึงขอนำเสนอเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกี่ยวกับหนี้สิน ซึ่งเป็นทางออกที่ดีกว่าการปล่อยให้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล โดยขอนำเสนอเป็นรายประเด็นดังนี้

1.สถาบันการเงินเจ้าหนี้ ปัจจุบันมีการตื่นตัวเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้เป็นอย่างมาก เพราะดีกว่าฟ้องศาล เพราะฟ้องศาลต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากและเสียเวลา โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อเริ่มเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าตั้งแต่ผิดนัดชำระหนี้วันแรกในลักษณะเชิงรุก

ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ผิดนัดวันแรก ฝ่ายสินเชื่อต้องเดินทางไปยังที่ทำการของลูกหนี้หรือภูมิลำเนา มิใช่เพื่อทวงหนี้แต่ไปให้กำลังใจพร้อมหาทางช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งเป็นวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ดีมากอย่างหนึ่งที่เจ้าหนี้ควรนำไปใช้ เพราะกรณีข้างต้นไม่ได้เรียกว่าทวงหนี้แต่เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นมิตรคู่บ้านของลูกค้า ในยามที่ลูกค้ากำลังจะเริ่มมีปัญหา วิธีการดังกล่าวเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดหนี้เสียในอนาคต

2.กรณีลูกหนี้หมดความสามารถในการชำระหนี้ เช่น หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ถูกยิงตาย แขวนคอตาย ลูกเมียที่เหลืออยู่หมดความสามารถในการชำระหนี้แต่ยังมีหนี้สินค้างชำระ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่สถาบันการเงินควรทำ คือ รีบเข้าไปเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือเมื่อตรวจสอบทรัพย์สินแล้วไม่มีทรัพย์สินอย่างอื่นเพียงพอ รวมทั้งทายาทหรือผู้สืบสิทธิของลูกหนี้ ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้คืน ควรใช้วิธีการเอาหลักประกันที่จำนองหรือหลักประกันอื่นตีใช้หนี้ตามราคาตลาด เพื่อระงับข้อพิพาท เพราะฟ้องไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เป็นได้แค่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแต่บังคับชำระหนี้ไม่ได้เพราะลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สิน สิทธิเรียกร้องที่มีต่อบุคคลภายนอกที่เจ้าหนี้จะอายัดมาชำระหนี้ได้

3.การลดดอกเบี้ยผิดนัดหรือการลดเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายเกี่ยวกับการชำระหนี้ล่าช้า โดยเจ้าหนี้และลูกหนี้เจรจาชำระหนี้กันเฉพาะต้นเงินเป็นวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้ไม่ต้องไปถึงโรงถึงศาล โดยอาจทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความนอกศาล ก็มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย เป็นการระงับข้อพิพาทเดิมและได้สิทธิใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ วิธีนี้ก็เป็นที่นิยมใช้กัน

4.ศาลแพ่งและศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่ง ทุกวันนี้ในแต่ละศาลก็มีนโยบายที่จะไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้อง เช่น คดีผู้บริโภคเกือบทุกศาลทั่วประเทศจัดงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้มาพบกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา และหัวหน้าศาลหรืออธิบดีศาลหรือรองอธิบดีศาลผู้รับผิดชอบ ทำการไกล่เกลี่ยในห้องประชุมขนาดใหญ่ หลังจากนั้นทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ก็เป็นวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอีกวิธีหนึ่งที่ศาลไทยนำมาใช้และได้ผลดี เพราะลูกหนี้ยังมีความเกรงอกเกรงใจผู้พิพากษา โอกาสที่จะผิดนัดก็จะมีน้อย โอกาสที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ก็มีมากกว่าเดิม เพราะคนนั่งหัวโต๊ะเป็นถึงผู้พิพากษา วิธีการนี้เป็นเรื่องที่ดีมากผมเห็นด้วยที่สุด

5.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีอาญา ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญา ปัจจุบันไกล่เกลี่ยได้ทุกประเภท ตั้งแต่คดียาบ้าและคดีอาญาอื่นๆ ทั้งที่ยอมความได้และยอมความไม่ได้ ในวงการศาลเรียกว่า นักสมานฉันท์ ยกตัวอย่างเช่น ค้ายาบ้า สารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัม โทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต สมานฉันท์เหลือ 25 ปี เป็นต้น คดียักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์ ชดใช้เงินคืนผู้เสียหาย ยอมรับสารภาพ ศาลลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หลังจากนั้นสั่งให้สืบเสาะ ถ้าผลสืบเสาะออกมาดี หมายถึงจำเลยยังเป็นคนดีอยู่ ไม่ใช่มีเถรจิตเป็นโจร หรือเป็นโจรโดยสันดาน ก็อาจรอการลงโทษได้

6.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล ทุกวันนี้ทุกศาลไม่ว่าศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา เมื่อคู่ความยื่นคำฟ้องหรือคำร้อง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55 พนักงานรับฟ้องจะสอบถามคู่ความหรือทนายความว่ามีความประสงค์จะไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหรือไม่ ถ้ามีความประสงค์ พนักงานรับฟ้องก็จะให้กรอกแบบฟอร์มเพื่อขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและศาลก็จะนัดไกล่เกลี่ยให้ โดยไม่ต้องไปลงลึกในเนื้อหาของคดี ไม่ต้องพูดถึงว่าใครผิดใครถูก พูดแต่เพียงว่าจะหาทางยุติคดีโดยทำข้อตกลงประนีประนอมยอมความที่ทั้งสองยอมรับได้ หรือใช้วิธีการถอนฟ้อง

วิธีการของศาลทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี โดยศาลจะจัดให้มีผู้ประนอมข้อพิพาทเป็นคนกลางช่วยเหลือไกล่เกลี่ย (ไม่ใช่เกลี้ยกล่อมหรือขู่เข็ญนะครับ) ไกล่เกลี่ยให้คู่ความสามารถยุติคดีได้ ท่านจะสังเกตเห็นว่าเวลาที่เจ้าหนี้ยื่นคำฟ้องแพ่งต่อศาล โดยเฉพาะคดีผู้บริโภค ศาลจะแนบเอกสารฉบับหนึ่งมาพร้อมกับสำเนาคำฟ้องชุดที่ส่งให้กับจำเลยที่เรียกชื่อว่า คำแนะนำวิธีปฏิบัติในวันนัดพิจารณาคดีผู้บริโภค ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีมาก

สุดท้ายนี้ หวังว่าผู้อ่านแฟนคอลัมน์ทนายคลายทุกข์น่าจะได้ประโยชน์ไปบ้างนะครับ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า