
สัมภาษณ์งานเพื่อให้ได้คนที่ ‘ใช่’
เรื่องการทำธุรกิจส่วนตัว แม้ว่าเจ้าของธุรกิจจะถือเป็นหัวใจที่ขาดไม่ได้ในการบริหารงาน ทว่าลูกจ้างก็เปรียบเสมือนกับแขนและขาที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า
เรื่องการทำธุรกิจส่วนตัว แม้ว่าเจ้าของธุรกิจจะถือเป็นหัวใจที่ขาดไม่ได้ในการบริหารงาน ทว่าลูกจ้างก็เปรียบเสมือนกับแขนและขาที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า
เดนนิส แมคคาฟเฟอร์ตี นักเขียนอิสระของนิตยสารเบสไลน์ ระบุว่า การจ้างคนห่วยนอกจากจะเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังเสียเวลาอีกด้วย ดังนั้น เจ้าของธุรกิจควรจะพัฒนาทักษะการสัมภาษณ์งานเพื่อให้ได้คนที่ “ใช่” กับธุรกิจ
แมคคาฟเฟอร์ตี จึงได้แนะนำเทคนิคการสัมภาษณ์งาน โดยก่อนเริ่มการสัมภาษณ์ ควรให้คนที่มาสัมภาษณ์งานนั่งกับพนักงานของบริษัทราว 10-15 นาทีเสียก่อน และให้สังเกตถึงวิธีที่คนที่มาสัมภาษณ์งานพูดคุยกับคนอื่น เพราะพฤติกรรมจะสามารถบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนคนนั้นได้ และแสดงให้เห็นว่า นิสัยเหมาะกับวัฒนธรรมของบริษัทหรือไม่
ขณะที่การสัมภาษณ์งานควรเป็นการสื่อสารกันสองทาง คือ โต้ตอบกันไปมา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายประเมินได้ว่า เหมาะกับการทำงานในตำแหน่งหรือทำงานที่บริษัทนี้หรือไม่ และให้หาคนที่มาสมัครงานที่ถามคำถามที่แสดงว่า คนคนนั้นมีความสนใจเหมือนๆ กันกับตัวเจ้าของบริษัท
นอกจากนี้ รายงานชิ้นนี้ยังแนะนำอีกว่า การถามคำถามในการสัมภาษณ์งานไม่จำเป็นต้องถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง เพราะสิ่งที่สำคัญมากกว่า คือ การถามเพื่อให้เห็นความคิดของผู้ถูกสัมภาษณ์ ยกตัวอย่างเช่น ถามว่า ทำอะไรเวลาพักผ่อน ซึ่งคำถามนี้จะทำให้เห็นว่า คนคนนั้นมีกิจกรรมนอกเวลาอะไรที่สร้างสรรค์มากกว่าคนอื่นๆ และการสัมภาษณ์ไม่ควรเป็นการเช็กลิสต์คุณสมบัติของคนคนนั้น แต่ต้องเป็น การมองเห็นคนคนหนึ่งมากกว่าที่เขียนอยู่ในเรซูเม
สุดท้าย ถามผู้ที่มาสัมภาษณ์งานให้อธิบายถึงงานแรกที่ได้ทำเพราะถ้าคนเหล่านั้นทำงานตั้งแต่ยังเป็นเด็กเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ หรือหาเงินไปจ่ายค่าเล่าเรียน นั่นจะเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นว่า คนคนนี้ มีจริยธรรมการทำงานมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก







