posttoday
เจาะแคนาดา

เจาะแคนาดา

20 พฤศจิกายน 2556

รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ ประเทศแคนาดา โดยรวบรวมข้อมูลจาก สคร. ณ นครโตรอนโต และ สคร. ณ นครแวนคูเวอร์ พบ 5 แนวโน้มที่สำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวแคนาดา ที่มีผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่เป็นปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้า ได้แก่ การนิยมซื้อสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่น ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ ประหยัดมากขึ้น สินค้าที่ออกแบบผลิตเฉพาะให้กับลูกค้า และการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต

รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ ประเทศแคนาดา โดยรวบรวมข้อมูลจาก สคร. ณ นครโตรอนโต และ สคร. ณ นครแวนคูเวอร์ พบ 5 แนวโน้มที่สำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวแคนาดา ที่มีผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่เป็นปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้า ได้แก่ การนิยมซื้อสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่น ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ ประหยัดมากขึ้น สินค้าที่ออกแบบผลิตเฉพาะให้กับลูกค้า และการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ ในส่วนของการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต พบว่า ชาวแคนาดามีความคุ้นเคยและใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน ทั้งการศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์สินค้า การหาข้อมูลรีวิวสินค้า และอินเทอร์เน็ตมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า โดย และหากมีลูกค้าแชร์ข้อมูลกล่าวถึงปัญหาการใช้สินค้าต่างๆ ผู้ผลิตก็จะติดตามคอมเมนต์ที่มีลักษณะเชิงลบนั้น รีวิวคนอื่น ๆ สามารถใช้วิจารณญาณตัดสินใจ

ผลจากศึกษาวิจัยยังพบว่า 70% ของชาวแคนาดาได้ทำการค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตก่อนการซื้อสินค้าใหม่ และให้น้ำหนักต่อคำวิจารณ์ติชมสินค้าเหล่านั้นด้วย

นอกจากนี้ หากมีลูกค้าแชร์ข้อมูลกล่าวถึงปัญหาการใช้สินค้าต่างๆ ผู้ผลิตก็จะติดตามคอมเมนต์ที่มีลักษณะเชิงลบนั้น อ่านรีวิวการใช้สินค้าจากคนอื่นๆ และสามารถใช้วิจารณญาณตัดสินใจ

นักการตลาดและผู้ผลิตสินค้าจึงไม่ควรมองข้ามผลกระทบของอินเทอร์เน็ตที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ถึงแม้ว่าสินค้าเหล่านั้น ไม่ได้ซื้อผ่านร้านออนไลน์ก็ตาม

ล่าสุด ร้านค้าออนไลน์ระดับโลก อย่าง Amazon ได้เตรียมบุกตลาดสินค้าอาหารในแคนาดา โดยเบื้องต้นจะมีสินค้าอาหารกว่า 1.5 หมื่นชนิด ซึ่งรวมถึงอาหารเด็กอ่อน นมผง ขนมทานเล่น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม กาแฟ ของแห้ง (Shelf Life Stable Product) เป้าหมายหลักของอะเมซอน คือ การเจาะตลาดลูกค้าที่อยู่ไกลจากเมืองใหญ่ที่เดินทางเข้าตัวเมืองลำบาก และใช้กลยุทธ์การหาสินค้าที่หลากหลาย ตั้งราคาต่ำหรือเท่ากับคู่แข่ง และส่วนใหญ่จะมีบริการจัดส่งฟรี

ขณะเดียวกัน ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา เช่น WalMart และ Loblaw ได้เริ่มพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์เช่นเดียวกัน เหมือนกับในประเทศไทยขณะนี้ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ทั้งกลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์ ต่างมีช่องทางการขายผ่านระบบออนไลน์ และมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามลำดับ

ปัจจุบัน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กว่า 30% ไม่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เห็นว่า ผู้ส่งออกควรให้ความสนใจกับพฤติกรรมผู้บริโภคในการใช้ออนไลน์ในการสั่งซื้อสินค้า เพื่อนำมาพัฒนากลยุทธ์การตลาดของผู้ประกอบการต่อไป โดยในส่วนของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เพิ่มเติมช่องทางการขายให้ส่งออก และผู้นำเข้าสามารถค้นหาสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์ที่ www.Thaitrade.com

สำหรับเว็บไซต์ www.Thaitrade.com ถือเป็นมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ของไทย ที่เพิ่งคว้ารางวัลพัฒนาการบริการที่เป็นเลิศ จากสำนักงานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเฉพาะกิจ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนผู้ส่งออกและเป็นช่องทางเพิ่มยอดการส่งออกของประเทศต่อไป

ร้านออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Amazon ได้เปิดเผยแผนการบุกตลาดสินค้าอาหารในแคนาดาโดยเบื้องต้นจะมีสินค้าอาหารกว่า 15,000 ชนิด ซึ่งรวมถึงอาหารเด็กอ่อน นมผง ขนมทานเล่น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม กาแฟ ของแห้ง (Shelf Life Stable Product) ทั้งนี้ร้านออนไลน์ยังไม่พร้อมจำหน่ายสินค้าที่เน่าเสียง่าย โดยการบุกตลาดครั้งนี้ ที่จริงแล้วต้องการเจาะตลาดลูกค้าที่อยู่ไกลจากเมืองใหญ่ที่การเดินทางเข้าตัวเมืองลำบาก ทั้งนี้ Mr. Alexanre Gagnon ผู้จัดการร้าน Amazon.ca แผนกสินค้าอาหารได้กล่าวว่า กลยุทธ์ขั้นต่อไปของร้านคือการเพิ่มรายการสินค้าและความหลากหลายของสินค้า โดยการตั้งราคาที่ต่ำหรือเท่ากับคู่แข่ง (ร้าน Grocery Chain) และสินค้าส่วนใหญ่จะจัดส่งฟรี โดยจะต้องซื้อสินค้ารวมกันไม่ต่ำกว่า 25 เหรียญฯ (ประมาณ 750บาท)

ในสหรัฐฯ ห้าง Aamzon ได้เริ่มจำหน่ายสินค้าที่รวมถึงผักผลไม้สด ที่เริ่มจัดส่งในเมืองลอสแองเจอลิส และซีแอตเทิล ที่มีแผนจะขยายแผนกสินค้าของสดไปอีก 20 เมืองหลักในปีหน้า และได้มีการทดลองร้านออนไลน์ โดยห้าง WalMart แคนาดาได้เริ่มจำหน่ายสินค้าอาหารของแห้ง Dry Grocery และห้าง Loblaw ได้เริ่มจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้ายี่ห้อ Joe ซึ่งมูลค่าตลาดของสินค้าอาหารค้าปลีกสูงถึง 112 พันล้านเหรียญต่อปี (ประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้ www.Thaitrade.com เป็นมาร์เกตเพลสออนไลน์ของไทย ที่เพิ่งคว้ารางวัลพัฒนาการบริการที่เป็นเลิศ จากสำนักงานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเฉพาะกิจ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนผู้ส่งออกและเป็นช่องทางเพิ่มยอดการส่งออกของประเทศ ต่อไป

แนะห้าเทรนด์ที่สำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภคในแคนาดากับตลาดอินเตอร์เน็ต

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ ประเทศแคนาดาโดยรวบรวมข้อมูลจาก สคร. ณ นครโตรอนโตและ สคร. ณ นครแวนคูเวอร์ ถึงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวแคนาดาที่มีผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่เป็นปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้า โดยแบ่งออกเป็น 5 เทรนด์ที่สำคัญ ได้แก่ การนิยมซื้อสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่น ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ ประหยัดมากขึ้น สินค้าที่ออกแบบผลิตเฉพาะให้กับลูกค้า และการซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเห็นว่าผู้ส่งออกควรให้ความสนใจกับพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อนำมาพัฒนากลยุทธ์การตลาดของผู้ประกอบการต่อไป ทั้งนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เพิ่มเติมช่องทางการขายให้ส่งออกและผู้นำเข้าสามารถค้นหาสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์ที่ www.Thaitrade.com

การนิยมซื้อสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่น (Buy local Movement) ทุกวันนี้ ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นหรือในประเทศ โดยให้ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ อีกทั้งมีผลกระทบทางอ้อมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การลด Carbon Footprint เป็นการลดขั้นตอนระยะทางขนส่งที่ต้องสิ้นเปลืองพลักงานเชื้อเพลิง

ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ (Rising Health Awarness) ชาวแคนาดาให้ความสำคัญต่อสุขภาพมากขึ้น รวมถึง อาหาร และวิถีการใช้ชีวิต (lifestyle) โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยผลจากการศึกษาพบว่าครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคให้ความสำคัญสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพ และกว่าหนึ่งในสามยินดีจ่ายสินค้าในราคาที่สูงกว่าถ้าสินค้าเหล่านั้นดีต่อสุขภาพ

ประหยัดมากขึ้น (Frugality) จากผลการสำรวจล่าสุดพบว่า ชาวแคนาดาส่วนใหญ่ไม่ได้มีการปรับเพิ่มเงินเดือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้วิถีการใช้เงินเปลี่ยนไป ชาวแคนาดาจึงเน้นความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายซื้อสินค้า ปริมาณ คุณภาพ และราคา โดยให้ความสำคัญของคุณค่า (Value) สินค้าค้ามากขึ้น

สินค้าที่ออกแบบผลิตเฉพาะให้กับลูกค้า (The desire for customized goods) ผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการสินค้าที่มีดีไซน์รูปแบบเฉพาะของตนเอง ไม่ซ้ำใคร ซึ่งเทคโนโลยีในทุกวันนี้ก็สามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้ในรูปแบบ Mass Customization คือการผลิตสินค้าในปริมาณมาก ๆ โดยสินค้ารในแต่ละชิ้นสามารถมีดีไซน์การออกแบบที่แตกต่างกันได้ การผลิตสินค้าที่เป็น Customization นับว่าเป็น Niche Trend ของผู้ประกอบการระดับกลางและเล็ก ที่สามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภค

ผลกระทบของอินเตอร์เน็ต (Impact of Internet) ชาวแคนาดามีความคุ้นเคยและใช้อินเตอร์ในชีวิตประจำวัน โดยหนึ่งในการใช้สำหรับผู้บริโภค ได้แก่ การศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์สินค้า การหาข้อมูลรีวิวสินค้าจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งอินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า และหากมีลูกค้าแชร์ข้อมูลกล่าวถึงปัญหาการใช้สินค้าต่างๆ ผู้ผลิตก็จะติดตามคอมเมนต์ที่มีลักษณะเชิงลบนั้น รีวิวคนอื่น ๆ สามารถใช้วิจารณญาณตัดสินใจ

ผลจากศึกษาวิจัยยังพบว่า 70% ของชาวแคนาดาได้ทำการค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตก่อนการซื้อสินค้าใหม่ และให้น้ำหนักต่อคำวิจารณ์ติชมสินค้าเหล้านั้นด้วย ธุรกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs) กว่า 30% ไม่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง ทั้งนี้สรุปได้ว่า นักการตลาดและผู้ผลิตสินค้าไม่ควรมองข้ามถึงผลกระทบอินเตอร์เน็ตที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ถึงแม้ว่าสินค้าเหล่านั้นไม่ได้ซื้อผ่านร้านออนไลน์ก็ตาม

ร้านออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Amazon ได้เปิดเผยแผนการบุกตลาดสินค้าอาหารในแคนาดาโดยเบื้องต้นจะมีสินค้าอาหารกว่า 15,000 ชนิด ซึ่งรวมถึงอาหารเด็กอ่อน นมผง ขนมทานเล่น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม กาแฟ ของแห้ง (Shelf Life Stable Product) ทั้งนี้ร้านออนไลน์ยังไม่พร้อมจำหน่ายสินค้าที่เน่าเสียง่าย โดยการบุกตลาดครั้งนี้ ที่จริงแล้วต้องการเจาะตลาดลูกค้าที่อยู่ไกลจากเมืองใหญ่ที่การเดินทางเข้าตัวเมืองลำบาก ทั้งนี้ Mr. Alexanre Gagnon ผู้จัดการร้าน Amazon.ca แผนกสินค้าอาหารได้กล่าวว่า กลยุทธ์ขั้นต่อไปของร้านคือการเพิ่มรายการสินค้าและความหลากหลายของสินค้า โดยการตั้งราคาที่ต่ำหรือเท่ากับคู่แข่ง (ร้าน Grocery Chain) และสินค้าส่วนใหญ่จะจัดส่งฟรี โดยจะต้องซื้อสินค้ารวมกันไม่ต่ำกว่า 25 เหรียญฯ (ประมาณ 750บาท)

ในสหรัฐฯ ห้าง Aamzon ได้เริ่มจำหน่ายสินค้าที่รวมถึงผักผลไม้สด ที่เริ่มจัดส่งในเมืองลอสแองเจอลิส และซีแอตเทิล ที่มีแผนจะขยายแผนกสินค้าของสดไปอีก 20 เมืองหลักในปีหน้า และได้มีการทดลองร้านออนไลน์ โดยห้าง WalMart แคนาดาได้เริ่มจำหน่ายสินค้าอาหารของแห้ง Dry Grocery และห้าง Loblaw ได้เริ่มจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้ายี่ห้อ Joe ซึ่งมูลค่าตลาดของสินค้าอาหารค้าปลีกสูงถึง 112 พันล้านเหรียญต่อปี (ประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท