posttoday
ปฏิบัติการบูม2ล้านล้านทุ่มเงินกู้โหมประชาสัมพันธ์

ปฏิบัติการบูม2ล้านล้านทุ่มเงินกู้โหมประชาสัมพันธ์

20 พฤศจิกายน 2556

ในที่สุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ก็มีมติอนุมัติจัดสรรกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ (SAL) วงเงิน 700 ล้านบาท เพื่อนำมาสนับสนุนโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ในที่สุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ก็มีมติอนุมัติจัดสรรกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ (SAL) วงเงิน 700 ล้านบาท เพื่อนำมาสนับสนุนโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ถือเป็นการโยกเงินกู้ที่ใช้เพื่อการกระตุ้นการลงทุนมาใช้ในการประชาสัมพันธ์

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเรื่องถึงกระทรวงการคลัง ขอใช้เงินกู้ SAL มาใช้ในการประชาสัมพันธ์โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล 400 ล้านบาท เป็นค่าจัดสัมมนาแลกเปลี่ยน รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและค่าเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โครงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 300 ล้านบาท เนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกฯ ไม่ได้ตั้งงบประมาณส่วนนี้ไว้ ทั้งสองโครงการเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ถูกถอนออกจากวาระการประชุม

มาวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงในชื่อโครงการ แต่วิธีการใช้เงินเหมือนเดิมเป๊ะ

เพราะเมื่อเจาะลึกลงไปในโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล วงเงิน 400 ล้านบาทนั้นมีวัตถุประสงค์ คือ ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อสาธารณะ การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดการดำเนินการแบ่งเป็น 1.ค่าจ้างที่ปรึกษา 125 ล้านบาท ค่าจัดทำโมเดลต้นแบบรถไฟความเร็วสูง 2 ชุด ชุดละ 8 แสนบาท รวม 1.6 ล้านบาท ค่าทำ Simulation ความยาวไม่เกิน 3 นาที 1 ล้านบาท ค่าจัดทำรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ 5 หมื่นเล่ม 20.4 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ 25 ล้านบาท

นอกจากนี้ ค่าจ้างที่ปรึกษายังกำหนดงบค่าศึกษาดูงานใน 3 ประเทศ ได้แก่ ดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 10 คน และสื่อมวลชน 30 คน วงเงิน 10 ล้านบาท ดูงานที่ประเทศเยอรมนี เจ้าหน้าที่ภาครัฐ 10 คน และสื่อมวลชน 30 คน 15 ล้านบาท ดูงานที่ประเทศสหรัฐ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ 10 คน และสื่อมวลชนอีก 30 คน 25 ล้านบาท

2.ค่าจัดสัมมนาแลกเปลี่ยน รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 65 ล้านบาท ใน 13 จังหวัด จังหวัดละ 5 ล้านบาท ค่าจ้างบริษัทดำเนินงาน 5 แสนบาท ค่าเช่าสถานที่ 5 แสนบาท ค่าเช่าจอ 1 แสนบาท ค่าจัดทำวีดิทัศน์ 2 แสนบาท ค่าบันทึกภาพกิจกรรม 2 แสนบาท ค่าวิทยากร 5 หมื่นบาท

3.ค่าจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้และประชาสัมพันธ์โครงสร้างพื้นฐานของรัฐ 65 ล้านบาท 13 จังหวัด จังหวัดละ 5 ล้านบาท ค่าจ้างบริษัทเพื่อจัดทำเวทีและตกแต่งห้องจัดงาน 5 แสนบาท ค่าจัดทำระบบแสง สี เสียง และไฟฟ้า 5 แสนบาท ค่าจัดทำวีดิทัศน์ 2 แสนบาท ค่าจัดทำสูจิบัตร 1 แสนบาท และค่าจัดทำหนังสือคู่มือ 5 แสนบาท

4.ค่าเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ 145 ล้านบาท เช่น สื่อโทรทัศน์ 60 ล้านบาท หนังสือพิมพ์ 40 ล้านบาท วิทยุ 6 ล้านบาท จ้างเหมาจัดทำเว็บไซต์แสดงผลดำเนินงาน 10 ล้านบาท ค่าจัดทำแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ 14 ล้านบาท ค่าจัดทำสื่ออื่นๆ เช่น โปสเตอร์ แผ่นพับ 14.8 ล้านบาท

ขณะที่โครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนวงเงิน 300 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์คือ สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สร้างเครือข่ายการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แยกเป็น

1.การจัดกิจกรรม ไทยแลนด์ โรดโชว์ ทู อาเซียน 195 ล้านบาท เช่น การจัดประชุมผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชนในอาเซียน 9 ประเทศ ซึ่งมีค่าเดินทาง ค่าที่พักเจ้าหน้าที่รัฐ เอกชน และสื่อมวลชนที่เดินทางไป เป็นเงิน 37.7 ล้านบาท ค่าประชุมสัมมนาผู้บริหาร 44.68 ล้านบาท

2.การจัดสัมมนา ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป ทูเวิด เออีซี 2015 วงเงิน 15 ล้านบาท 3.การเพิ่มศักยภาพเมืองด่านชายแดนรองรับเออีซี เช่น การจัดนิทรรศการแสดงสินค้าและส่งเสริมวัฒนธรรม 9 จังหวัดพรมแดน 43.65 ล้านบาท การจับคู่ธุรกิจในเมืองชายแดน 9 จังหวัด วงเงิน 15 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังกำหนดค่าประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อไว้ 32.37 ล้านบาท เช่น สื่อโทรทัศน์ 10 ล้านบาท สื่อสิ่งพิมพ์ 10 ล้านบาท สื่อวิทยุ 5 ล้านบาท เว็บไซต์ 5 ล้านบาท และแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ 1 ล้านบาท เป็นต้นก่อนหน้านี้ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร 0401.7/12270 ลงวันที่ 16 ก.ย.2556 และหนังสือด่วนที่สุดที่ นร.0401.7/12271 ลงวันที่ 16 ก.ย.2556 เสนอจัดสรรเงิน SAL เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ต่อมานายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะลงนามเห็นชอบในหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค 0906/17650 ลงวันที่ 17 ต.ค.2556 เสนอครม.ขอจัดสรรงบ SAL เพื่อสนับสนุนโครงการประชาสัมพันธ์โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และโครงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

อย่างไรก็ตาม การประชุมครม.เมื่อวันที่ 12 พ.ย. กระทรวงการคลังได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมครม. แต่ได้ขอถอนออกมาก่อน

จากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น “จัดสรรกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ (SAL) เพื่อสนับสนุนโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และครม.มีมติเห็นชอบดังกล่าว ซึ่งมีรายละเอียดโครงการเหมือนกัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี