
"หินขัดตัว" สินค้าขึ้นชื่อจากจ.สุรินทร์
ชาวบ้านผลิตหินขัดตัวแห่งเดียวใน จ.สุรินทร์ ส่งขายทั่วประเทศ สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงหน้าแล้ง
ชาวบ้านผลิตหินขัดตัวแห่งเดียวใน จ.สุรินทร์ ส่งขายทั่วประเทศ สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงหน้าแล้ง
อาชีพเสริมนอกเหนือจากการทำไร่-ทำนา ของชาวบ้านในชนบทก็มีหลายแบบและแตกต่างความถนัดกันไปของแต่ละท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นประเภท อาหารหรือไม่ก็เป็นจำพวกงานฝีมือซึ่งมีอยู่มากมายหลายแบบในท้องตลาด โดยเฉพาะสินค้าโอท็อปที่มีจำหน่ายทั่วไป
ไม่แตกต่างจากชาวบ้านหนองคูใหญ่ ต.หนองเมที อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ที่มีอาชีพทำหินขัดตัวหรือหินถูตัวส่งขาย สามารถสร้างรายได้เสริมในช่วงว่างเว้นจากการทำไร่-ทำนาได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นหมู่บ้านเดียวในจังหวัดสุรินทร์ที่มีการทำหินขัดตัว หรือหินถูตัว ดังกล่าวส่งขายทั่วประเทศ ซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ นับว่าหาดูได้ยากและเป็นวิธีทำที่คิดค้นโดยชาวบ้านเองอีกด้วย
ทั้งนี้ขั้นตอนการผลิตหินขัดตัวก็มีอยู่หลายขั้นตอนด้วยกัน เริ่มกันที่การพากันไปขุดและงัดเอาหิน บางครั้งต้องใช้รถแบ็คโฮขุดเปิดหน้าดินและระเบิดหินในชั้นที่ลึกลงไป ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าหินด่าน หรือหินทราย ก่อนจะพากันใช้มีดผ่าจามเป็นก้อนแท่ง 4 เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอดีมือ หลังจากนั้นก็นำกลับไปบ้านเพื่อนำไปขัดถูกับแผ่นสังกะสี หรือปี๊บที่ชาวบ้านนำมาเจาะรูเล็กๆจำนวนมากจนทั่วแผ่นก่อนนำหินดังกล่าวขัดถูจนเป็นรูปทรงของหินขัดตัวอย่างที่เห็น ซึ่งหลังจากได้จำนวนมากๆแล้วก็จะนำไปเผากลับแกลบเหมือนการเผาถ่าน เพื่อให้หินขัดแข็งขึ้นและมีความคงทนมากขึ้น
จากนั้น จะนำมาห่อบรรจุด้วยถุงพลาสติกและบรรจุใส่ถุงใหญ่รวมกันถุงละ 1 โหล โดยจะส่งขายในราคา โหลละ 45-50 บาท แล้วแต่ระยะทาง จำนวนการซื้อและการต่อรองราคา ซึ่งพ่อค้า-แม่ค้าที่รับซื้อไปขายต่อก็จะขายในราคาก้อนละ 10-20 บาทแล้วแต่ละพื้นที่ ซึ่งการขายส่งหินขัดตัวในแต่ละเดือนสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านกว่า 2 หมื่นบาทขึ้นไปเลยทีเดียว
นางอรุณรัตน์ เสาทอง ชาวบ้านที่ผลิตหินขัดส่งขายรายใหญ่ของหมู่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 32/2 ม.8 บ.หนองคูใหญ่ฯกล่าวว่า อาชีพทำหินขัดตัวมีมานานแล้วสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งเดิมจะทำไว้ใช้และขายในพื้นที่เท่านั้น ปัจจุบันเริ่มมีการผลิตขายมากขึ้นเกือบทุกครัวเรือนในหมู่บ้าน ซึ่งหินขัดดังกล่าวที่ทำมาจากหินด่าน หรือหินทราย คนสมัยก่อนพบโดยบังเอิญหลังน้ำในคลองที่อยู่ห่างออกจากหมู่บ้านไปประมาณ 2 กิโลเมตรกว่าๆได้เซาะตลิ่งจนพบหินดังกล่าว จึงเริ่มลองนำมาทำหินถูขี้ไคลดูปรากฏว่าใช้ได้ผลจึงเริ่มทำมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านที่ไม่ได้เป็นผู้ขายส่งก็มีการมารับจ้างขุดหิน หรือไม่ก็ผลิตหินส่งให้ตน และก็รับจ้างบรรจุใส่ถุง ซึ่งได้จ้างบรรจุวันละ 120 บาท สามารถสร้างรายได้ในช่วงว่างเว้นจากการทำไร่-ทำนาในช่วงหน้าแล้งได้อีกหนทางหนึ่ง
ด้านนางสุพรรัตน์ วันละ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139 ม.8 บ.หนองคูใหญ่ฯ กล่าวว่า ชาวบ้านทำหินขัดตัวสืบทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย จนถึงปัจจุบันทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมในช่วงหน้าแล้งไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯรับจ้างเหมทือนหมู่บ้านอื่นๆ ส่วนเด็กๆวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็สามารถมารับจ้างบรรจุใส่ถุง มีรายได้ไปโรงเรียนได้เช่นเดียวกัน







