
ดอกเบี้ย-หุ้น-การเมืองฉุดประกันไทย!
ธุรกิจประกันภัยในประเทศ เจอปัจจัยรุมเร้า ทั้งดอกเบี้ยต่ำ ตลาดหุ้นผันผวน และการเมืองร้อนแรง
โดย...วารุณี อินวันนา
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดเสวนาในหัวข้อ "ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจประกันภัย” นับจากวันนี้เป็นต้นไปถึงปีหน้า พบว่า อัตราดอกเบี้ย สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้น การเมือง และ การออกเกณฑ์ใหม่ๆ ในการกำกับดูแล จะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจประกันภัย
พรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้บริหารส่วนกลยุทธ์นโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจประกันภัย คือ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งวันนี้ถือว่าต่ำถ้าเทียบกับเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยที่แท้จริงใกล้ 0% และเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะลดลงอีกในปลายไตรมาสสี่ แต่มีความหวังจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว เห็นได้จากเงินเฟ้อของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไทยจะยังไม่ได้รับอานิสงส์นั้นในทันทีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในแทบเอเชียด้วยกันที่มีการเลือกตั้งทำให้การใช้จ่ายฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ต้องรอการลงทุนของภาครัฐ คือ โครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และโครงการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ถ้ายังไม่สามารถเบิกออกมาใช้จ่ายได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยทรงตัว เพราะไม่มีคนกล้ามาลงทุน และเมื่อหันมามองการบริโภคเอกชนไม่ค่อยสดใสนัก อาจจะค่อยๆ ฟื้นในปลายปี 2557 การใช้จ่ายภาครัฐในโครงการใหญ่อาจจะเลื่อนออกไปจากเดิม เพราะสถานการณ์ทางการเมืองไม่เอื้ออำนวย
ขณะที่ การส่งออกไม่ค่อยดี เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แสดงว่าเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ และขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก คาดว่าน่าจะดีขึ้นในไตรมาส 3 ของปี 2557 ส่วนอัตราเงินเฟ้อไม่ได้เป็นปัญหา เพราะยังทรงตัวโดยปีนี้คาดว่าจะอยู่ประมาณ 2.2% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานน่าจะอยู่ที่ 1% ส่วนปี 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.4% และ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.2%
ดวงมน จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัย ซึ่งในปัจจุบันมีความผันผวนมาก เงินยังไหลออกจากตลาดพันธบัตร และจากตลาดหุ้นไทย แม้จะไม่ได้ลงทุนแบบซื้อขายวันต่อวันเหมือนนักลงทุนรายย่อยแต่มีราคาเป้าหมายและระยะเวลาที่ชัดเจน แต่ทำให้มีความเสี่ยงในการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจประกันได้มีการออกไปลงทุนพันธบัตรที่ประเทศเกาหลี เพื่อหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ ที่จะกระตุ้นการลงทุน หากพิจารณาปัจจัยภายในประเทศขณะนี้โดยเฉพาะในเรื่องการเมือง การส่งออก ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพิ่งบอกว่าเติบโตเป็น 0% จะทำให้ตลาดหุ้นลงไปต่ำกว่าปัจจุบันที่ยืนอยู่ระดับประมาณ 1,400 จุด ซึ่งปีนี้ผันผวนมากเคยขึ้นไปสูงสุด 1,600 จุด และ ลงไปต่ำสุด 1,200 จุด
“เงินพร้อมที่จะไหลออก เพราะเศรษฐกิจ การเมือง และภาคธุรกิจการผลิตและบริการ ยังไม่ดีขึ้น จะทำให้ตลาดหุ้นยังผันผวนต่อไปถึงปีหน้า และต้องจับตามาตการแก้ปัญหาทางการเงินของสหรัฐอเมริกาในต้นปีหน้าด้วย” ดวงมน กล่าว
ศุภกิจ สัตยารัฐ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายพัฒนาการกำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า กฎเกณฑ์การกำกับใหม่ๆ ที่ออกมา เช่น เกณฑ์จำกัดการลงทุนที่แยกเป็นรายทรัพย์สิน การกำกับเงินกองทุน จะทำให้ต้นทุนธุรกิจประกันภัยเพิ่มขึ้น แต่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจซึ่งเป็นเรื่องจำเป็น อย่างไรก็ตาม คปภ.พยายามปรับกฎเกณฑ์ให้มีความชัดเจนและเข้าใจง่ายเพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชน ที่มีการซื้อประกันภัย และ ประกันชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการเบี้ยประกันต่อหัวปี 2554 อยู่ที่ 7,300 บาทต่อหัวต่อปี เพิ่มเป็น 8,000 บาทต่อหัวต่อปี และ ปี 2556 คาดว่าเบี้ยประกันต่อหัวต่อปีจะเพิ่มเป็น 1 หมื่นบาท
อย่างไรก็ตาม ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คปภ. มั่นใจว่า ปี 2557 ธุรกิจประกันภัย ทั้งประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย จะยังมีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยมีเบี้ยรับรวมกันประมาณ 7 แสนล้านบาท คิดเป็น 6% ของจีดีพีทั้งประเทศ โดยจะให้น้ำหนักกับการรณรงค์โครงการประกันภัย200 เพื่อเป็นตัวกลางในการให้ประกันเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น รวมทั้งรณรงค์โครงการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และให้น้ำหนักกับแผนการประกันเฉพาะกิจ เช่น ประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้ประเมินเอาไว้ว่าในปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 22 ล้านคนและจะเพิ่มเป็น 24 ล้านคนในปี 2558 การประกันพืชผลทางการเกษตร การประกันปศุสัตว์ ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินจากประกันทั้งระบบมากกว่า 6 แสนล้านบาท คิดเป็น 5% ต้นๆ ของจีดีพี
“ถึงแม้จะชะลอตัวบ้าง แต่เรายังโตกว่าประเทศเกิดใหม่ด้วยกัน ซึ่งเขาโตเฉลี่ยปีละ 7-8% แต่ไทยโตเป็นตัวเลข 2 หลัก” ประเวช กล่าว







