
บัตเทินอัพ เสื้อผ้าชายดีไซน์ช่างหญิง
ปัจจุบันผู้ชายให้ความสำคัญกับการแต่งตัวมากขึ้นทำให้สองสาวนักบริหารรุ่นใหม่ใช้เป็นคอนเซปต์สร้างแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายเทียบชั้นแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศ
ปัจจุบันผู้ชายให้ความสำคัญกับการแต่งตัวมากขึ้นทำให้สองสาวนักบริหารรุ่นใหม่ใช้เป็นคอนเซปต์สร้างแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายเทียบชั้นแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศ
โดย...ชนิกา สุขสมจิตร
ปัจจุบันผู้ชายให้ความสำคัญกับการแต่งตัวกันมากขึ้นไม่แพ้ผู้หญิง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่ใส่ใจกับความละเอียดของเนื้อผ้า การตัดเย็บและดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร
เรียกว่า ต้องดูดี ดูเนี้ยบ ดูเท่ จึงจะเป็นที่ต้องตากับผู้คนรอบข้าง
จากเหตุและผลดังกล่าว ทำให้สองสาวนักบริหารรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดในการสร้างสรรค์ดีไซน์เสื้อผ้า ใช้เป็นคอนเซปต์เพื่อสร้างแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายสัญชาติไทยเทียบชั้นแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศ
จุฬาลักษณ์ ผลภิภม หนึ่งในหุ้นส่วนร้านเสื้อผ้าผู้ชาย Button Up (บัตเทิน อัพ) กล่าวถึงความตั้งใจในการสร้างแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย บัตเทิน อัพ ว่า แม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็มีแนวคิดอยากทำเสื้อผ้าแบรนด์ผู้ชายบ้าง หลายคนอาจตั้งคำถามว่า จะทราบได้อย่างไรว่าผู้ชายชอบเสื้อผ้าแบบไหน ซึ่งไม่ใช่ปัญหา เพราะปกติมีเพื่อนผู้ชายมากอยู่แล้ว แถมแต่ละคนมักจะมาขอคำแนะนำในการเลือกซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวว่าแบรนด์ไหนดี ซึ่งแต่ละแบรนด์ที่เราแนะนำก็มักมีข้อจำกัด เช่น ถ้าเป็นอินเตอร์แบรนด์ คัตติงเนี้ยบๆ ก็มักจะมีแพตเทิร์นไม่พอดีกับคนเอเชีย หรือถ้าเป็นโลคัลแบรนด์ ก็มักจะใช้เนื้อผ้าที่ไม่ได้คุณภาพ การตัดเย็บไม่ละเอียด
ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้สนใจที่จะศึกษาเรื่องของงานดีไซน์ งานแพตเทิร์น ตลอดจนหาแหล่งวัตถุดิบเนื้อผ้าแบบต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก โดยเริ่มผลิตเสื้อเชิ้ตให้เพื่อนๆ ให้มีทางเลือกในการใช้ของดีในราคาที่เหมาะสม จนเกิดเป็นแบรนด์ Button Up หรือ บัตเทิน อัพ เพื่อจำหน่ายเสื้อผ้าและแอกเซสซอรีของผู้ชาย
จุฬาลักษณ์กับเพื่อนใช้ประสบการณ์จากการที่เรียนไฮสกูลด้วยกันที่บอสตัน หรือที่เรียกว่านิวอิงแลนด์ ซึ่งเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมของอังกฤษ ที่เน้นความประณีต ผนวกกับความทันสมัยของงานดีไซน์ที่มีสไตล์โดดเด่นแบบร่วมสมัยจากฝั่งอเมริกามาใช้ในการสร้างแบรนด์บัตเทิน อัพ
คอลเลกชันเสื้อผ้าจะเน้นที่เสื้อเชิ้ตผู้ชาย กลุ่มเป้าหมายอายุตั้งแต่ 23-40 ปี มีความหลากหลายของรูปแบบ สีสัน และเนื้อผ้า แบ่งเป็น 3 สไตล์หลักๆ ได้แก่
1.คลาสสิก เป็นเชิ้ตสำหรับคนทำงาน ตัดเย็บแบบพอดีตัว แต่ไม่เข้ารูปจนเกินไป โดยเฉพาะออกแบบให้ปีกหลังของเสื้อยาว เพื่อที่เวลานั่งทำงานตัวเสื้อจะไม่รั้งด้านหลัง มีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว ในขณะที่ส่วนปกจะมีหลายแบบให้เลือก
2.สลิมฟิต เป็นเสื้อเชิ้ตที่ออกแบบให้เข้ารูปมากขึ้น เมื่อเทียบกับสไตล์คลาสสิก เพื่อให้สวมใส่ได้หลายโอกาส ทั้งวันทำงานหรือใส่เที่ยววันหยุดก็ได้ แต่ยังคงเน้นความละเอียดไว้
และ 3.แคชชวล เป็นเสื้อเชิ้ตที่ใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แบบเสื้อจะมีรายละเอียดของลูกเล่นมากขึ้น เช่น ตรงแขนเสื้อด้านในจะมีลาย เวลาพับแขนขึ้นมาก็จะได้อีกลายหนึ่ง หรือการเดินเส้นรอบขอบจะมีรายละเอียดมากขึ้น
จุฬาลักษณ์ กล่าวว่า การออกแบบเสื้อผ้าแต่ละสไตล์จะให้ความสำคัญ 3 ด้าน คือ แพตเทิร์นต้องพอดีกับรูปร่างของคนเอเชีย เรื่องของการตัดเย็บที่เน้นความละเอียดมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของฝีจักร เพราะถ้าเดินเส้นเนื้อผ้าละเอียดมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เสื้อผ้าดูเนี้ยบและเรียบร้อยมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วแบรนด์ทั่วไปจะตัดเย็บใช้ความถี่เพียง 11-12 ฝีจักรต่อนิ้ว แต่ของบัตเทิน อัพ ใช้ความละเอียด 17-18 ฝีจักร ทำให้ต้องใช้เวลาในการเย็บมากกว่าเป็นเท่าตัว โดยใช้ช่างฝีมือที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี มาดูแลในเรื่องนี้
สุดท้าย เรื่องความหลากหลายของเนื้อผ้า ที่คัดผ้ามาจากทั่วโลก เช่น ผ้าคอตตอนแบบอียิปต์เชียน มีลักษณะพิเศษคือ เนื้อผ้าจะทอมาจากด้ายเส้นใยยาวที่มีคุณภาพสูง ใส่แล้วนุ่มสบาย หรือผ้าคอตตอนผสมใยไหม
ปัจจุบันบัตเทิน อัพ มีเชิ้ตให้เลือกถึง 80-90 แบบ สนนราคาเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1,850-2,850 บาท โดยมีบริการสั่งตัดชุดสูทด้วย นอกจากนี้หากเชิ้ตตัวใดที่ลูกค้าเลือกแล้วต้องการให้ปรับแก้ในบางจุด เช่น แขนยาวไป ก็มีบริการแก้ไขให้ภายในร้านด้วย อีกทั้งยังมีแอกเซสซอรี เช่น กางเกง เข็มขัด เนกไท คัฟลิงก์ (กระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ต-สูท)
สำหรับกลุ่มเป้าหมายลูกค้านั้นมีทั้งคนไทยและเอเชีย เนื่องจากร้านแรกที่อยู่ในซอยทองหล่อ จะมีชาวญี่ปุ่นและเกาหลีอาศัยอยู่จำนวนมาก ซึ่งรูปร่างจะใกล้เคียงกับคนไทย
ด้านแผนการตลาดของบัตเทิน อัพ ขณะนี้มีร้านแห่งเดียวที่ซอยทองหล่อ และมีแผนที่จะขยายไปวางในห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัลชิดลม สยามพารากอน ดิ เอ็มโพเรียม และเซ็นทรัล ลาดพร้าว เนื่องจากต้องการขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยจะพยายามอัพเดตเทรนด์เสื้อผ้าไปเรื่อยๆ เพื่อให้ถูกใจลูกค้ามากที่สุด ขณะเดียวกันจะเผยแพร่ร้านผ่านสื่อโฆษณาและสิ่งพิมพ์
อย่างไรก็ตาม หากมองถึงการแข่งขันของตลาดเสื้อผ้าผู้ชายนั้น จุฬาลักษณ์ บอกว่า ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของผู้ชาย ยิ่งถ้าเป็นเสื้อผ้าผู้ชายที่เน้นเรื่องความเนี้ยบและสไตล์การแต่งตัวแล้ว บัตเทิน อัพ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีได้ แม้ว่าในห้างสรรพสินค้าทั่วไปจะมีแบรนด์เสื้อผ้าชายจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อก็ตาม แต่ยังมีคอนเซปต์ที่ไม่ชัดเจนนัก
“หลายคนอาจมองว่าราคาเสื้อเชิ้ตสูงไป เมื่อเทียบกับโลคัลแบรนด์ไทยอื่นๆ แต่ขอให้มองที่ความละเอียดในการตัดเย็บและดีไซน์ที่สามารถเทียบชั้นกับแบรนด์ต่างประเทศ ที่มีราคาสูงกว่าหลายเท่าได้ ในขณะที่เป็นแบรนด์ของคนไทยออกแบบด้วยคนไทยเพื่อคนไทย ซึ่งจากการเปิดร้านมาได้ระยะหนึ่ง ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เดินเข้ามามากกว่า 80% จะชอบที่ฟิตติงเสื้อผ้าเหมาะกับคนไทย ก็เชื่อว่าแนวโน้มธุรกิจน่าจะไปได้ดี” จุฬาลักษณ์ กล่าว
สนใจเสื้อผ้าชายบัตเทิน อัพ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-712-6111-2 หรือ www.thebuttonup.com







