
ทันสถานการณ์
กสทฯ เปิดโทรฟรีช่วยฟิลิปปินส์
กสทฯ เปิดโทรฟรีช่วยฟิลิปปินส์
นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กสทฯ ได้ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไห่เยี่ยน ด้วยการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการโทรศัพท์ระหว่างประเทศด้วยบริการ CAT 001 ที่เปิดให้โทรฟรีไปประเทศฟิลิปปินส์ผ่านหมายเลขพิเศษ 001800999 ตั้งแต่วันที่ 16–22 พ.ย. ตลอด 24 ชม.
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการเพียงกด 001800999 > 63 > รหัสพื้นที่และหมายเลขปลายทาง สามารถโทรได้จากโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์พื้นฐานทุกเครือข่าย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม กล่าวว่า ไทยคมได้จัดส่งความช่วยเหลือ เพื่อสนับสนุนระบบการสื่อสารโทรคมนาคม โดยหน่วยงานสาขาของไทยคมได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร และหน่วยงานของรัฐบาลฟิลิปปินส์คือ สภาความร่วมมือด้านภัยพิบัติแห่งชาติ ในการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบการสื่อสาร และจัดส่งผู้เชี่ยวชาญพร้อมอุปกรณ์การรับส่งสัญญาณดาวเทียม เข้าไปติดตั้งในพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ผ่านสัญญาณดาวเทียมได้
ต่อใบอนุญาตทีวีดาวเทียม 2 ปี
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดวันที่ 18 พ.ย. ได้ขยายเวลาใบอนุญาตช่องรายการในกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่รวม 27 ช่องรายการ เป็นกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 12 ช่อง ได้แก่ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำนวน 3 ช่องรายการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำนวน 9 ช่องรายการ และมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม 15 ช่อง หลังจากที่ใบอนุญาตปีแรกของทั้ง 27 ช่องรายการจะสิ้นสุดวันที่ 25 พ.ย.นี้ โดยใบอนุญาตครั้งใหม่นี้มีระยะเวลา 2 ปี
นอกจากนี้ ได้ให้ใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการกระจายเสียง 81 ราย แบ่งเป็น ธุรกิจ 62 ราย ชุมชน 2 ราย และสาธารณะ 17 ราย รวมที่อนุญาตไปแล้ว 3,209 ราย
เพิ่มราคารับซื้อน้ำนมดิบ
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้หารือกับตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านต้นทุนราคาน้ำนมดิบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด ได้เห็นชอบการเพิ่มต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้ผลิตที่ 1.31 บาทต่อกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโคนมจะเป็นผู้รับซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกรเพิ่มขึ้นในอัตรา 1 บาทต่อกิโลกรัม โดยร้องขอให้กระทรวงพาณิชย์ขึ้นราคาน้ำนมในตลาดด้วย ส่วนอีก 31 สตางค์ต่อกิโลกรัมนั้น ให้ภาครัฐเป็นผู้ช่วยเหลือ ด้วยการจ่ายให้กับเกษตรกรตรงผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ในวงเงิน 173 ล้านบาท ขณะนี้ได้เสนอเรื่องเข้าสู่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อกลั่นกรองเรื่องก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
นอกจากนี้ ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมยังร้องเรียนเรื่องการจัดสรรโควตาในโครงการนมโรงเรียนของรัฐบาล ปัจจุบันมีการรับซื้อน้ำนมเพื่อผลิตเป็นนมโรงเรียนได้วันละ 1,200 ตัน แต่มีการร้องขอโควตากว่า 1,600 ตัน เกินกว่าที่จะสามารถรับได้ ดังนั้นจะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อคัดสรรผู้ได้รับโควตา เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป







