
ไทย-อียูร่วมดันเอสเอ็มอี
หวังเพิ่มการลงทุนระหว่างสองฝ่ายเน้นดันรายย่อยสู่ความเป็นสากลมากขึ้น
หวังเพิ่มการลงทุนระหว่างสองฝ่ายเน้นดันรายย่อยสู่ความเป็นสากลมากขึ้น
ผนึกความร่วมมือเอสเอ็มอี หนุนรายย่อยโต ผลักดันสู่สากล
ประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรมของไทย และอันโตนิโอ ทาจานี รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และกรรมาธิการยุโรปด้านวิสาหกิจและอุตสาหกรรม ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงว่าด้วยการหารือเชิงนโยบายด้านธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างสองฝ่าย แลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติในการออกกฎหมายที่เป็นมิตรต่อเอสเอ็มอี พร้อมสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเป็นสากลมากขึ้น
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลนโยบายและการดำเนินงานของเอสเอ็มอี เพื่อพัฒนากรอบเอสเอ็มอีสมัยใหม่ การส่งเสริมให้เกิดพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างเอสเอ็มอีไทยและยุโรป และการหารือเชิงนโยบายด้านเอสเอ็มอี เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและเพิ่มความร่วมมือในระดับทวิภาค
ทางด้านทาจานี กล่าวว่า เอสเอ็มอีในยุโรปต้องการที่จะเข้ามาทำธุรกิจในไทย พร้อมคาดหวังว่าให้เอสเอ็มอีไทยเข้าไปลงทุนในยุโรปด้วยเช่นกัน โดยไทยนั้นมีศักยภาพการขยายตัวเศรษฐกิจที่ดี
ปัจจุบัน อียูมีเอสเอ็มอีทั้งหมด 23 ล้านธุรกิจ ทว่ามีเพียง 13% ของเอสเอ็มอีในยุโรปเท่านั้นที่ทำธุรกิจในต่างประเทศ
“เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องสนับสนุนให้เอสเอ็มอียุโรปไปทำธุรกิจในต่างประเทศให้มากขึ้น และทำให้เอสเอ็มอีมีความเป็นสากลยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะผ่านการลงทุน หรือการร่วมทุน” ทาจานี ให้สัมภาษณ์พร้อมระบุว่า เพื่อให้เอสเอ็มอีเป็นสากลมากขึ้น ในปีหน้าจะมีการลงทุนเพื่อวิจัยและสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นให้เอสเอ็มอีแข่งขันด้วยคุณภาพมากกว่าปริมาณ
ทั้งนี้ ผู้แทนยุโรปได้เดินทางเยือน เวียดนาม พม่า และไทย เพื่อให้ธุรกิจ อียูโดยเฉพาะเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์จากตลาดในต่างประเทศที่กำลังขยายตัวได้ อย่างรวดเร็ว







