
ทองคำดีดขึ้นมาได้จากถ้อยแถลงการณ์ของเยลเลน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำมีการดีดตัวกลับขึ้นมาได้ หลังจากที่ตกลงไปลึกและทดสอบแนวรับด้านล่างที่ระดับ 1,265 เหรียญสหรัฐ การดีดตัวขึ้นของทองคำโดยหลักการก็เนื่องจากคำกล่าวถ้อยแถลงการณ์ของนางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ ได้ทำการแถลงการณ์ต่อรัฐสภาว่า ยังคงมีความเห็นในเรื่องเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นเจริญเติบโตขึ้นมาเพียงเล็กน้อย และยังไม่เข้มแข็งพอที่จะไปเร่งรัดการหยุดมาตรการกระตุ้นทางการเงิน นั่นก็หมายถึงการที่ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่นี้ มีแนวนโยบายที่จะคงมาตรการการอัดฉีดเงินต่อเนื่องออกไปก่อน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำมีการดีดตัวกลับขึ้นมาได้ หลังจากที่ตกลงไปลึกและทดสอบแนวรับด้านล่างที่ระดับ 1,265 เหรียญสหรัฐ การดีดตัวขึ้นของทองคำโดยหลักการก็เนื่องจากคำกล่าวถ้อยแถลงการณ์ของนางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ ได้ทำการแถลงการณ์ต่อรัฐสภาว่า ยังคงมีความเห็นในเรื่องเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นเจริญเติบโตขึ้นมาเพียงเล็กน้อย และยังไม่เข้มแข็งพอที่จะไปเร่งรัดการหยุดมาตรการกระตุ้นทางการเงิน นั่นก็หมายถึงการที่ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่นี้ มีแนวนโยบายที่จะคงมาตรการการอัดฉีดเงินต่อเนื่องออกไปก่อน
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า การดีดขึ้นของราคาทองคำนั้นจะยั่งยืนนานได้แค่ไหน และทองคำนั้นแข็งแกร่งพอที่จะทวนกระแสเป็นทิศทางขาขึ้นได้จริงหรือเปล่า
จากผลสำรวจของ Kitco News พบว่านักวิเคราะห์โดยส่วนใหญ่มองว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นในสัปดาห์หน้านั้นมีสูง ตามถ้อยคำแถลงการณ์ของว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ คือ นางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งก็คงยากที่จะคาดเดาว่าราคาจะสามารถดีดกลับขึ้นมาได้นานขนาดไหน โดยที่อย่างไรก็ดี เชื่อว่าตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงสัปดาห์หน้าที่จะประกาศออกมานั้น ค่อนข้างสำคัญที่จะบอกถึงสภาวะราคาทองคำได้ดีที่สุด รวมทั้งค่าเงินเหรียญสหรัฐก็อ่อนค่าลงจากการประกาศตัวเลขทางด้านภาคอุตสาหกรรมแย่ลงกว่าที่คาด
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในระยะสั้นภาพทางด้านเทคนิคเป็น Technical Rebound หลังจากราคาทองคำปรับตัวลดลงไปถึงระดับ 1,265 เหรียญสหรัฐ ดูแล้วทองคำยังมีโอกาสที่จะมีการปรับตัวสูงขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบนที่ 1,300 เหรียญสหรัฐ ได้ในระยะสั้นๆ จากภาพทางเทคนิคระยะสั้นที่มีลักษณะคล้ายกับ Ascending Triangle โดยที่แนวต้านเหนือระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ มีค่อนข้างมาก ถัดมาที่ระดับ 1,320 เหรียญสหรัฐ และ 1,330 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ดังนั้นจึงคาดว่าราคาในระยะสั้นๆ จะเป็นลักษณะการดีดสูงขึ้นไปก่อน และให้นักลงทุนเฝ้าจับตามองตัวเลขเศรษฐกิจ รวมทั้งถ้อยแถลงการณ์ของนายเบน เบอร์แนนคี ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
การรู้จักใช้ Stop Loss แทนการซื้อถัวเฉลี่ย
การลงทุนในทองคำโดยเฉพาะในตลาด Derivative หรือ Gold Futures นั้น นักลงทุนเองจะต้องมีความรู้และความเข้าใจในการลงทุนให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าใจการหยุดความเสี่ยงที่เรียกว่า “Stop Loss”
คำว่า Stop Loss ก็คือ การที่นักลงทุนเข้าใจที่จะหยุดสภาวะขาดทุนเมื่อลงทุนแล้วผิดทิศทางหรือผิดความคาดหมาย โดยทั่วไปแล้วเราจะพบว่า นักลงทุนนิยมที่จะใช้วิธีซื้อถัวเฉลี่ยเมื่อราคาทองคำนั้นปรับตัวลดลงในกรณีที่เริ่มขาดทุน หรือในทิศทางกลับกันก็อาจจะขายถัวเฉลี่ยก็เป็นไปได้เช่นกัน ในกรณีที่มองว่าเป็นทิศทางขาลงแล้วราคาทองคำนั้นปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นหลักการที่สำคัญ คือ นักลงทุนจะต้องใช้เครื่องมือในการหยุดความเสี่ยงให้เป็น ที่เรียกว่า Stop Loss นั่นเอง
สำหรับการลงทุนในทองคำนั้น การรู้จักใช้คำสั่ง “Stop Loss” มีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้านักลงทุนใช้การ Leverage ในการลงทุน การ Leverage ก็คือ การที่นักลงทุนมีเงินจำนวนหนึ่งไม่มาก แต่ไปซื้อสินทรัพย์หรือลงทุนสินทรัพย์ทองคำสูงกว่าปริมาณเงินที่เรามีอยู่ได้ ได้ 1013 เท่านั่นเอง
ที่ MTS Gold ก็ย้ำเน้นว่า นักลงทุนที่ดีไม่ควรที่จะ Leverage สูงนัก หรือไม่ควรที่จะเกิน 4 เท่า ก็จะถือว่ามีความเสี่ยงในเกณฑ์ที่จะอยู่ระดับปานกลางไม่สูงเกินไปนัก ในขณะที่นักลงทุนหลายรายนั้นไม่เข้าใจเมื่อเปิดบัญชีซื้อขายทองคำ Gold Futures ก็มักนิยมที่จะ ลงทุนให้เต็มอัตราที่ได้รับในการอนุญาตให้ซื้อขาย นั่นก็คือการใช้ Leverage เต็มที่ถึง 15 เท่า ในระบบของการซื้อขายใน Gold Futures นั่นเอง
ดังนั้น การใช้ “Stop Loss” ให้เป็นร่วมกับการรู้จักใช้ปริมาณ Leverage ในจำนวนที่เหมาะสมจึงเป็นศิลปะในการลงทุนที่ดี และจะช่วยนำพาให้นักลงทุนไม่สุ่มเสี่ยงมากไปนักในการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลงทุนแล้วผิดทาง
MTS Gold Futures ได้ออกงาน Set in the City ในสัปดาห์นี้ วันที่ 21-24 พ.ย. 2556 ที่สยามพารากอน ฮอลล์ ชั้นที่ 5 โดยที่ นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ จะมีการบรรยายในหัวข้อ “กลยุทธ์การลงทองคำ” ที่จะมีประโยชน์อย่างยิ่งกับนักลงทุน ในวันเสาร์ที่ 23 พ.ย. 2556 นี้ เวลา 13.30-15.30 น. ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยในการลงทุนสามารถติดต่อได้ที่ Call Center ที่หมายเลข 02-770-7777







