
AOT เสี่ยงสูงที่สุด
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)
การวิเคราะห์กลุ่มท่องเที่ยวและขนส่งอากาศ ท่ามกลางความเสี่ยงเกี่ยวกับการเมืองในประเทศ และมาตรการเข้มงวดของจีนต่อธุรกิจทัวร์ ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556 ว่ามีโอกาสส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทยช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ถึงต้นปี 2557 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น
สำหรับมาตรการควบคุม “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวของจีนล่าสุดในเดือน ต.ค. หลังประกาศใช้มาตรการเพียง 1 เดือน ได้หดตัวลงทันที 34% เหลือจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 3 แสนคน จากเดือนก่อนหน้าที่มีจำนวน 4.7 แสนคน ส่งผลให้ยอดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือน ต.ค. ทรงตัวที่ระดับ 2 ล้านคนจากเดือนก่อนหน้า ถือเป็นภาพที่แตกต่างจากเดือน ต.ค. 2555 อย่างมาก เพราะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเร่งตัวขึ้น 6.9% จากเดือนก่อนหน้า เพื่อเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งหากตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือน พ.ย.ธ.ค. 2556 ยังคงอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 2 ล้านคนต่อเดือน ประมาณการนักท่องเที่ยวทั้งปี 2556 จะอยู่ที่ 25.8 ล้านบาทจึงยังเป็นไป แต่หากผู้ประกอบการทัวร์ไทยจีน ปรับตัวไม่ได้ มีความเสี่ยงว่าประมาณการนักท่องเที่ยวปี 2557 อาจไม่ได้ตามเป้าหมาย
ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองข้ามประเด็นความเสี่ยงนี้ แต่กลับให้ความคาดหวังกับข่าวการยกเว้นวีซ่าไทยจีน ซึ่งยังไม่มีข้อสรุป
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบทางการเมืองจะมีเพียงเล็กน้อยต่อภาคท่องเที่ยว กรณีศึกษาในอดีตพบว่าหากการชุมนุมจำกัดพื้นที่เพียง กทม. และไม่รุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิต จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะยังเติบโตได้ เนื่องจากสามารถปรับแผนการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดท่องเที่ยวที่มีสนามบินนานาชาติรองรับไว้แล้วเหมือนปี 2551 และจำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่ลดรุนแรงถึง 25% ดังที่เห็นในเดือน พ.ค. 2553
สมมติฐานจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2556 ยังเป็นไปได้ว่าจะถึงเป้าหมาย ปัจจุบัน 10 เดือน มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 21.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 23% ช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็น 53% ของประมาณการที่จำนวน 25.8 ล้านคน หรือเติบโต 16% จากปี 2555 โดยมองว่าในช่วงที่เหลือ 2 เดือนนี้ หากใช้ตัวเลขเดือน ต.ค. เป็นฐานเฉลี่ย 2.1 ล้านคนต่อเดือน
แต่คาดว่านักท่องเที่ยวปี 2557 ที่เติบโต 19% จากปีนี้ มีความเสี่ยงจากประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองที่รวมกลุ่มสู่ท้องถนนอีกครั้ง รวมถึงการวางมาตรการด้านท่องเที่ยวของผู้เล่นรายใหญ่อย่างจีน (คิดเป็นสัดส่วน 18.6% ของทั้งหมด) นั่นหมายความว่า ผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว เช่น โรงแรม สายการบิน สนามบิน จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับประมาณการลงได้ในอนาคต
สำหรับกลุ่มขนส่งทางอากาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) มีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวได้ง่ายเมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจสายการบินและธุรกิจโรงแรม ขณะที่รายได้จากค่าธรรมเนียมสนามบินมีสัดส่วน 46% ของรายได้รวม ถูกสนับสนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมของผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนราว 90% ของรายได้ค่าธรรมเนียมสนามบิน
ด้านราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2556 แล้ว ขณะที่ปี 2557 ยังมีความไม่แน่นอนสูง ประเมินว่าราคาเหมาะสมเฉลี่ยจากความเห็นส่วนใหญ่ที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 209.4 บาท เริ่มดูมีความเสี่ยง ดังนั้นจึงลดน้ำหนักการลงทุน แนะนำให้ “ขายทำกำไร” ให้ราคาเหมาะสมที่ 190 บาท
ทั้งนี้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการของปี 2556 ลงของทั้งบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) อ้างอิงจากตัวเลขกำไรช่วง 9 เดือนแรกของทั้ง 3 บริษัท จะพบว่ามีสัดส่วนกำไรที่ทำได้สัดส่วนเพียง 53% 67% และ 84% ที่ประมาณการไว้ตามลำดับ จึงมีความเสี่ยงที่จะปรับลงเพราะตัวเลขประมาณการดังกล่าว







