ติงรัฐทำความเหลื่อมล้ำทางศก.พุ่ง
ทีดีอาร์ไอ ติงนโยบายการคลังรัฐบาลเอื้อคนรวย เมินคนจน ทำให้ความเหลื่อมล้ำเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น แนะเลิกจำนำข้าวนำเงินมาจัดสวัสดิการคนจน
ทีดีอาร์ไอ ติงนโยบายการคลังรัฐบาลเอื้อคนรวย เมินคนจน ทำให้ความเหลื่อมล้ำเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น แนะเลิกจำนำข้าวนำเงินมาจัดสวัสดิการคนจน
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมาสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อพิจารณาจากนโยบายภาคการคลัง จะพบว่ารัฐบาลมีการเก็บภาษีของคนมีรายได้น้อยมากกว่าคนที่มีรายได้สูงหรือคนรวย นอกจากนี้ยังพบว่า รัฐบาลใช้เงินภาษีไปให้กับคนรวยมากกว่าคนจน
นายสมชัย กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล หากคิดว่ามีผลขาดทุนปีละ 1.5 แสนล้านบาท จากงานวิจัยของทีดีอาร์ไอพบว่า มีเงินเพียง 3 หมื่นล้านบาท เท่านั้นที่ตกอยู่ในมือของชาวนาที่ยากจน ที่เหลืออีก 1.2 แสนล้านบาท ตกอยู่กับชาวนาที่มีฐานะดี ผู้ประกอบการโรงสี ผู้ส่งออกบางราย นักการเมือง ข้าราชการ และชาวนาต่างประเทศ ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของไทยไม่ได้ลดลง
“เป็นเรื่องที่น่าละอายใจของประเทศไทย ที่การดำเนินนโยบายภาคการคลังของรัฐบาล นอกจากไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้แล้ว ยังกลับพบว่าเพิ่มให้มีการเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากขึ้นอีกด้วย”นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจทำให้มีช่องว่างของคนด้อยโอกาศสูงขึ้น ทั้งในวัยเด็ก คนทำงาน และคนแก่ จำนวนมากที่ไม่ได้รับการดูแลเพียงพอจากรัฐบาล เช่น ในส่วนเด็กเล็กพบว่ามีเด็กเพียง 1 ล้านคน จากทั้งหมด 5 ล้านคน ที่ได้รับเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ขณะที่คนทำงานส่วนใหญ่พบว่าไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมถึง 70% ของแรงงานทั้งหมด แม้ว่าจะแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้ตามมาตรา 40 แต่ก็ยังเป็นเพียงแรงงานนอกระบบส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนคนชราก็พบว่ามีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลยังเพียงพอ
นายสมชัย กล่าวว่า จากการประเมินของทีดีอาร์ไอหากรัฐบาลจะจัดสวัสดิการให้กับกลุ่มทั้ง 3 กลุ่ม จะใช้เงิน 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลยกเลิกโครงการจำนำข้าวเพียงอย่างเดียวก็สามารถนำเงินมาช่วยคนจนทั้งประเทศให้มีสวัสดิการได้อย่างเพียงพอ







