
ม็อบออนไลน์
ตั้งแต่เรื่องของการประท้วงคัดค้านสร้างเขื่อนแม่วงก์ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้พลังผ่านสังคมออนไลน์ ดึงเอากลุ่มคนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงความเห็นกันอย่างชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าคนไทยเองก็ไม่ได้น้อยหน้าชาติไหนๆ
ตั้งแต่เรื่องของการประท้วงคัดค้านสร้างเขื่อนแม่วงก์ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้พลังผ่านสังคมออนไลน์ ดึงเอากลุ่มคนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงความเห็นกันอย่างชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าคนไทยเองก็ไม่ได้น้อยหน้าชาติไหนๆ
ถ้าในอดีตเคยมีม็อบมือถือเกิดขึ้นเมื่อปี ’35 สมัยพฤษภาทมิฬ ยุคนี้อาจจะเรียกได้ว่าม็อบเฟซบุ๊ก หรือจะเรียกว่าม็อบออนไลน์ก็อาจจะตรงกับการใช้งานมากกว่า
ย้อนกลับไปดูในต่างประเทศ ก่อนหน้านี้เกิดกรณีในหลายๆ เมือง หลายๆ ประเทศ ที่ประชาชนใช้เฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์สังคมออนไลน์อื่นๆ เป็นเครื่องมือในการนัดหมายกำหนดการเพื่อรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อรัฐบาล จนต้องมีการระงับการใช้งาน หรืออย่างในประเทศจีน ที่เซ็นเซอร์เฟซบุ๊ก ไม่สามารถใช้งานได้ เพราะรัฐบาลก็กลัวจะเกิดเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้และพัฒนาสังคมออนไลน์ของตัวเองขึ้นมาแทน
สำหรับม็อบออนไลน์เพื่อต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของไทยครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน แรกเริ่มเป็นการรวมตัวของกลุ่มชนชั้นกลางที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต เล่นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และนัดกันออกมาแสดงพลังทางสังคมเพื่อบอกรัฐบาลว่าไม่เอากฎหมายฉบับนี้ มีการส่งต่อรูปภาพ วิดีโอ ข้อความ พร้อมกับนัดหมาย และกำหนดการในวันต่อๆ ไป ส่งต่อหรือแชร์กันไปในกลุ่มเพื่อน
นี่คือการใช้อินเทอร์เน็ตมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองและประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลต้องรับฟัง โดยในช่วงที่มีการออกมาเรียกร้องหนักๆ นั้นมีการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ รวมแล้วมากกว่า 2 ล้านข้อความต่อวัน ถือว่าสูงมากที่สุดในปีนี้ก็ว่าได้
รับรองว่าไม่ใช่ม็อบจัดตั้ง เพราะนอกจากกลุ่มชนชั้นกลางทั่วไปแล้ว นักวิชาการ และนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ก็ออกมาแสดงจุดยืนในลักษณะเดียวกันอย่างแข็งแกร่ง หากไม่มีช่องทางออนไลน์ในการเชื่อมโยงคนและเผยแพร่ข่าวสารระหว่างกัน เรื่องเหล่านี้คงยากจะเกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ ยังมีการใช้งานวิดีโอเพื่อทำความเข้าใจแบบง่ายๆ ให้คนทั้งหลายที่ไม่ได้ติดตามข่าวสาร ซึ่งการมียูทูบก็ถือว่ามีส่วนช่วย ตั้งแต่เรื่องของเขื่อนแม่วงก์ จนถึง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย สามารถค้นดูผ่านกูเกิลหรือ ยูทูบด้วยคำว่า รู้ทันวิถีชีวิต พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ซึ่งมีการเผยแพร่ส่งต่อกันไปในวงกว้าง
เรื่องของสังคมออนไลน์นั้นนอกจากจะใช้ในทางธุรกิจ ใช้ในทางการตลาดแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้แสดงออกทางการเมือง แสดงออกถึงพลังทางสังคมเพื่อสะท้อนความต้องการไปยังผู้บริหารประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งคนไทยเองยังต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือนี้ให้ดียิ่งขึ้น อย่างสร้างสรรค์ มีประโยชน์และต้องไม่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง







