
ฟันธงปี’57ไทยฝ่าปัจจัยลบโตฉลุย
นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า
นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ในปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกจากภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่จะมีการยกเว้นวีซ่า ภาคการส่งออกจะเติบโตขึ้นจากปีนี้ที่เติบโตเพียง 1% การลงทุนจากภาคเอกชนจากต่างประเทศที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นหลังจากไทยประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และการลงทุนของภาครัฐผ่านงบ 2 ล้านล้านบาท ที่จะกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้เพิ่มขึ้น
“เศรษฐกิจไทยปีนี้ใครว่าไม่ดี การที่เติบโต 50% จากที่เคยเติบโตเป็นหลัก 100% ก็ไม่ได้ถือว่าเลวร้าย ทุกธุรกิจก็ยังสามารถเติบโตได้” นายอนันต์ กล่าว
การชุมนุมทางการเมืองในครั้งนี้เชื่อว่าไม่น่าจะยืดเยื้อและรุนแรงขึ้นถึงขั้นนองเลือด โดยมองจากประสบการณ์ที่ตัวเองเคยผ่านเหตุการณ์ร้อนแรงทางการเมืองมาหลายครั้ง เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวสงบลง เศรษฐกิจก็กลับมาฟื้นอย่างรวดเร็ว
“เรามีแผนตั้งรับความเสี่ยงจากปัจจัยลบจากภายนอกมาตลอด เหตุการณ์ทางการเมืองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำมาพิจารณา ว่ารุนแรงขึ้นจะต้องตั้งรับอย่างไร หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นต้องปรับตัว แต่ทุกครั้งจะผ่านไปได้และเติบโตขึ้น” นายอนันต์ กล่าว หลายกลุ่มธุรกิจของ
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปีหน้าคาดว่าจะยังขยายตัว ในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังเติบโตได้อย่างน้อย 5-7% แต่ถ้าการเมืองยังไม่นิ่งอาจจะโตได้เพียง 5% โดยเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะยังเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 5% ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ไม่อยากให้มองว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะดีหรือไม่ดี หรือจีดีพีจะโตเท่าไร โตมากหรือโตน้อย แต่ให้มองว่า จะทำให้อะไรให้ตัวเองโตมากกว่า
“อย่าไปมองว่าจีดีพีปีหน้าจะโตแค่ 4% แล้วอยู่เฉยๆ แล้วรอให้ตัวเลขดีถึงจะทำ คงไม่ใช่ เพราะถ้ารอให้ตัวเลขดีก่อนคงไม่ต้องทำอะไร แต่ให้ตั้งเป้าเติบโตที่คิดว่าจะเป็นไปได้ไว้ก่อน แล้ววางกลยุทธ์ในการเดินให้ตามเป้าหมายนั้นๆ พร้อมกับคิดบวก เชื่อว่าทุกธุรกิจจะยังไปได้” นายทองมา กล่าว
ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยต้องยอมรับว่าปรับขึ้นทุกปี เพราะต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปีหน้าภาพรวมราคาที่อยู่อาศัยจะปรับขึ้นเฉลี่ย 5-7% แต่ถ้าเป็นที่อยู่อาศัยใกล้แนวรถไฟฟ้า จะขยับขึ้นอีก 10% จากราคาที่ดินที่สูงขึ้น
นายวิทูร สุริยวนากุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง กล่าวว่า เศรษฐกิจปี 2557 เป็นบวกเช่นกันและแผนการลงทุนทุกอย่างยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเศรษฐกิจไทยเผชิญกับปัจจัยลบมาหลายรอบแล้ว ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 วิกฤตราคาน้ำมัน วิกฤตเศรษฐกิจโลก รวมถึงวิกฤตการเมือง แต่ก็ผ่านไปได้ทุกครั้ง
นอกจากนี้ ภาคการเงินของไทยในปัจจุบันแข็งแรงมากถ้าคนมีความเชื่อมั่น กำลังซื้อก็จะกลับมา สถานการณ์การเมืองผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป ผู้ประกอบการต้องปรับตัว เช่น ถ้าส่งออกไม่ดีจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น
“หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมถึงยังมองบวกสวนทางกับบรรยากาศของเศรษฐกิจในเวลานี้ ต้องบอกว่า ถ้ามองว่าเศรษฐกิจไม่ดี เราหยุดหรือเราชะลอ จะมีคนที่คิดตรงข้ามแล้วเข้ามาทันที นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บริษัทถึงเริ่มต้นได้ในช่วงวิกฤตปี 2540 เพราะคนไม่ทำเราเลยทำ” นายวิทูรกล่าว
สำหรับภาพรวมธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างแบบโมเดิร์นเทรดยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก สะท้อนได้จากการที่รายใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโฮมโปรที่ส่งเมกา โฮม ลงมาทำตลาดนี้ หรือกลุ่มเซ็นทรัลที่ส่งไทวัสดุลุยตลาดนี้ เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่มีโอกาส ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างก็ควรเร่งปรับตัว ด้วยการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงรองรับการแข่งขันในระดับอาเซียน







