
SMEจีนระทมขาด‘ทุน-ที่ดิน’
ความเชื่อมั่นไตรมาส2ดิ่งฮวบแบงก์ยังกั๊กไม่ปล่อยสินเชื่อรายย่อย
ความเชื่อมั่นไตรมาส2ดิ่งฮวบแบงก์ยังกั๊กไม่ปล่อยสินเชื่อรายย่อย
ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีจีนลดฮวบ รายย่อยโอดเข้าไม่ถึงแหล่งทุนต่อสายป่าน
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า บรรดาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จำนวนไม่น้อยกำลังประสบกับปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนและที่ดินทำกิน ซึ่งสอดคล้องกับที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เปิดเผยรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเอสเอ็มอีของจีนในไตรมาส 2 ปีนี้ได้ลดฮวบลงแล้วถึง 4.47% จากที่เคยบวกในไตรมาสก่อนหน้า
รายงานจากซินหัว ระบุว่า ภาคธุรกิจรายย่อยในจีนนั้น ต่างก็มองทิศทางในอนาคตอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทั้งในแง่ของการประกอบธุรกิจ การลงทุน และแหล่งทุน
โจวไป่หลิน ผู้จัดการบริษัทผลิตแผงโซลาร์เซลล์ กิกา โซลาร์ ในกว่างซีจ้วง กล่าวว่า แม้จะเพิ่งได้รับออร์เดอร์สินค้าล็อตใหม่ถึง 400 ล้านหยวน (ราว 2,100 ล้านบาท) ทว่าบริษัทกลับต้องปฏิเสธข้อตกลง เนื่องจากขาดแคลนแหล่งเงินทุนที่ใช้หมุนเวียนต่อยอดในการทำธุรกิจ โดยบริษัทที่มีสายป่านสั้นแห่งนี้ต้องการเงินทุนมาหมุนเวียนอีกเพียง 50 ล้านหยวนเท่านั้น (ราว 260 ล้านบาท) แต่กลับไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ได้เลยในเวลานี้
ทั้งนี้ บรรดาธนาคารพาณิชย์ยังคงลังเลที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจในกลุ่มเอสเอ็มอี เนื่องจากขาดเครดิตและหลักทรัพย์ที่เพียงพอต่อการขอเงินกู้
หยวนฉีผิง รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการศึกษาฮ่องกง มาเก๊า และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น ให้ความเห็นว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอี เป็นเพราะว่าธุรกิจเหล่านี้ทำกำไรได้น้อยเกินไป
นอกจากปัญหาเรื่องเงินทุนแล้ว ผู้ประกอบการรายย่อยในจีนยังต้องประสบปัญหาขาดที่ดินทำกินอีกด้วย เนื่องจากที่ดินในหลายเมืองมักถูกกว้านซื้อเพื่อทำนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ฟ็อกซ์คอนน์ ซึ่งมีขนาดที่ดินถึง 667 เฮกเตอร์ และในหลายเมืองนั้นก็ไม่เหลือที่ดินมากพอ เช่น ในกว่างซีจ้วง ซึ่งในแต่ละปีนั้นจะมีความต้องการที่ดินสำหรับทำธุรกิจเฉลี่ย 3 หมื่นเฮกเตอร์ ทว่ารัฐกลับจัดสรรให้ได้เพียง 1.2 หมื่นเฮกเตอร์เท่านั้น







