
ฟื้นฟูให้ยั่งยืน
บทบรรณาธิการของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้แสดงความเห็นว่า หลังไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนผ่านไป รัฐบาลฟิลิปปินส์ควรคำนึงถึงการฟื้นฟูอย่างยั่งยืนมากกว่าการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าได้แล้ว
บทบรรณาธิการของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้แสดงความเห็นว่า หลังไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนผ่านไป รัฐบาลฟิลิปปินส์ควรคำนึงถึงการฟื้นฟูอย่างยั่งยืนมากกว่าการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าได้แล้ว
แม้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประสบภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง แต่สิ่งที่นักการเมืองฟิลิปปินส์ทำเป็นประจำ คือ สร้างโครงการฟื้นฟูเฉพาะหน้าเพื่อของบประมาณมากกว่าการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ฟิลิปปินส์ต้องประสบกับไต้ฝุ่นมากกว่า 20 ลูกต่อปี อีกทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม และดินถล่ม
บทบรรณาธิการยังเสนออีกว่า ฟิลิปปินส์ควรทำแผนเตรียมตัวรับมือกับภัยธรรมชาติครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสิ่งก่อสร้างให้แข็งแรงขึ้น ถมที่ให้สูงขึ้น หรือแม้กระทั่งพัฒนาระบบเตือนภัยและแผนอพยพที่ดีกว่าเดิม
นอกจากนี้ ช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงหลังภัยพิบัตินับเป็นช่วงที่ดีที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ เพราะเป็นช่วงที่ความช่วยเหลือจากทั่วโลกกำลังหลั่งไหลเข้ามาและเป็นช่วงที่ผู้นำควรแก้กฎหมายมาตรฐานอาคาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นทำทุกครั้งหลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่
นอกจากรัฐบาลแล้ว องค์กรบรรเทาทุกข์ก็ควรจะมีมุมมองการฟื้นฟูระยะยาวเช่นกัน การศึกษาหลังภัยพิบัติสึนามิปี 2004 พบว่า โครงการที่ประสบความสำเร็จมักใช้ความอดทนสูง เพราะต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าถึงในสิ่งที่ชุมชนต้องการ บทบรรณาธิการยังทิ้งท้ายไว้ว่า การฟื้นฟูก็คือการบรรเทาทุกข์ในตัวเอง







