
ทัวร์พระวิหารขยับ
เอกชนเผยยอดจองกระเตื้อง10%หลังศาลโลกชี้ขาดไร้เหตุรุนแรง
เอกชนเผยยอดจองกระเตื้อง10%หลังศาลโลกชี้ขาดไร้เหตุรุนแรง
สทน.ชี้คนไทยจองแพ็กเกจทัวร์พระวิหารเพิ่ม 10% หลังศาลโลกตัดสินคดี จ่อผุดเส้นทางใหม่
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ภายหลังจากที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ได้พิจารณาตัดสินข้อพิพาทระหว่างทั้งสองประเทศเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยวัดได้จากคนไทยทยอยจองแพ็กเกจทัวร์เส้นทางเขาพระวิหารล่วงหน้าเฉลี่ย 5-10% ทันทีที่สถานการณ์ความตึงเครียดคลี่คลายลง
ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายทัวร์เส้นทางปราสาทพระวิหาร ผ่านเส้นทางอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ลดลงกว่า 20% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในช่วงเหตุการณ์ปกติคนไทยนิยมเดินทางข้ามชายแดนอรัญประเทศเฉลี่ยเดือนละ 11.2 แสนคน เหลือเพียงเดือนละประมาณ 5,000-8,000 คน ที่ยังเดินทางไปยังกัมพูชา
เหตุผลที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากคนไทยรอฟังคำตัดสินของศาลโลก และไม่มั่นใจต่อสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ที่เกรงว่าอาจเกิดการปะทะระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นในช่วงก่อนการตัดสินคดี
“ทันทีที่คำตัดสินของศาลโลกออกมา ทำให้อุณหภูมิความร้อนแรงที่อาจเกิดเหตุปะทะกันหายไป คนไทยที่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเขมร รวมถึงกลุ่มกาสิโน เริ่มกลับมาเดินทางคึกคักตามปกติ ขณะที่คนกัมพูชาก็ข้ามมายังฝั่งไทยเพื่อซื้อขายสินค้ากันตามปกติ” นายยุทธชัย กล่าว
สำหรับแผนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางกลุ่มประเทศอาเซียนในช่วง 2 เดือนสุดท้าย และปีหน้าเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) สมาคมเตรียมสำรวจเส้นทางการท่องเที่ยวร่วมกับสมาชิก เพื่อรวบรวมเส้นทางการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงกันระหว่างประเทศต่างๆ
เบื้องต้นสมาคมมุ่งเส้นทางมรดกโลกเช่น การเชื่อมโยงท่องเที่ยวระหว่างไทยกัมพูชา ผ่านเส้นทางปราสาทพระวิหาร และนครวัดนครธม ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยยืดระยะวันพักของนักท่องเที่ยว โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การเดินทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงอาเซียน







