
ฮับศูนย์ซ่อมอากาศยานดันไทยแม่เหล็กอุตฯ การบิน
กระแสการตื่นตัวในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
กระแสการตื่นตัวในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ส่งผลให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค เกิดการเดินทางระหว่างกันในอาเซียนมากขึ้น
ธุรกิจการบินในภูมิภาคจึงคึกคักมากโดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) เห็นได้จากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ สายการบินต้นทุนต่ำเปิดตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในเวียดนาม ลาว พม่า สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
นอกจากไทยมุ่งหวังที่จะเป็นศูนย์กลางทางการบินในอาเซียนแล้ว ยังมีเป้าหมายที่จะเป็น “ศูนย์กลางซ่อมบำรุงอากาศยานของภูมิภาค” เพื่อรองรับปริมาณเครื่องบินที่จะเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ด้วย
บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มองถึงเป้าหมายนี้ว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ที่มีพรมแดนติดกับประเทศอาเซียนถึง 4 ประเทศ และมีจุดแข็งจากการเติบโตของธุรกิจการบินอย่างโดดเด่นในภูมิภาค สอดคล้องกับตัวเลขนำเข้าและส่งออกชิ้นส่วนอากาศยานเพื่อการซ่อมบำรุงอากาศยานของไทยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกันก็ยังมีความท้าทายอยู่ เนื่องจากไทยยังขาดความพร้อมบุคลากรด้านการบินและด้านซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่ต้องเร่งพัฒนาทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอากาศยานและการเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน ซึ่งต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้เพราะต้องใช้เวลาในการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง
“ปัจจุบันไทยมีโรงเรียนผลิตช่างซ่อมบำรุงอากาศยานของโรงเรียนช่างกลขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) เพียงแห่งเดียว เพิ่งจะผลิตบุคลากรระดับ ปวช.และ ปวส.รุ่นแรกออกมาได้เพียง 72 คนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการที่มีอยู่ และรองรับเป้าหมายที่จะเป็นฮับศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในภูมิภาค”
แต่ล่าสุดสถาบันเทคโนโลยีช่างกลปทุมวัน และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ได้ยื่นขอเปิดสอนสาขาวิศวช่างซ่อมอากาศยานเพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มสอนในปีการศึกษา 2557 เบื้องต้นคาดว่า จะสามารถผลิตบุคลากรได้แห่งละไม่ต่ำกว่า 30 คนต่อปี
สาเหตุที่ไทยผลิตบุคลากรออกมาได้น้อย เพราะต้องซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ สำหรับให้นักเรียน นักศึกษา ได้ใช้ฝึกปฏิบัติจริง ใช้เงินสูงถึงปีละ 30 กว่าล้านบาท รวมทั้งในไทยยังมีสถานที่ฝึกงานด้านนี้น้อย แต่เท่าที่ดูจากทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ เห็นว่ายังมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก เรียกว่าผลิตออกมาเท่าไรก็ยังไม่พอต่อความต้องการของตลาด
ปัจจุบันธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยานของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2555 มีมูลค่าประมาณ 1.91 หมื่นล้านบาท ขยายตัวกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เชื่อว่าหากได้รับการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าว เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดการบินอาเซียนหลังเปิดเออีซีแล้ว ก็จะทำให้ตลาดซ่อมบำรุงอากาศยานไทยมีความคึกคักมากขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้บริการซ่อมบำรุงของกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามกระแสการเจริญเติบโตของธุรกิจการบินเช่นกัน
สอดคล้องกับข้อมูลคาดการณ์อุตสาหกรรมอากาศยานโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า (ระหว่างปี 2556-2575) ระบุว่า อัตราการเดินทางทางอากาศจะเติบโตขึ้น ปีละ 4.7% โดยปัจจุบันจำนวนอากาศยานรวมทั้งโลก อยู่ที่ 1.77 แสนลำ จะเพิ่มขึ้นเกือบ 3.65 หมื่นลำ ภายในปี 2575 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีอัตราการเดินทางทางอากาศเพิ่มสูงขึ้น แซงหน้าภูมิภาคยุโรปและอเมริกาเหนือ
หากไทยสามารถเป็นศูนย์กลางซ่อมบำรุงอากาศยานภูมิภาคได้ ก็จะยิ่งทำให้เกิดแรงดึงดูดให้สายการบินต่างๆ มาเปิดเที่ยวบินในไทย นอกจากจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยแล้ว ยังส่งเสริมเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคที่ไทยได้มีการตั้งเป้าหมายไว้อีกด้วย







