
ก้าวย่างยุคคดีดิจิตอลวัฒน์เทากันเทคโนโลยีใหม่เพื่อเติบโต
การเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคดิจิตอล สร้างองคาพยพใหม่ให้เกิดขึ้นกับภาพรวมของโลกและประเทศไทย ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิต การทำธุรกิจและการขับเคลื่อนประเทศเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
การเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคดิจิตอล สร้างองคาพยพใหม่ให้เกิดขึ้นกับภาพรวมของโลกและประเทศไทย ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิต การทำธุรกิจและการขับเคลื่อนประเทศเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
การมาถึงของเทคโนโลยีดิจิตอล ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยสำคัญคือต้องยกระดับตัวเองให้ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้จัดสัมมนาธุรกิจก้าวกระโดดในยุคดิจิตอลวิวัฒน์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงปัจจัยต่างๆ ที่ภาคธุรกิจต้องคำนึงถึง
น.อ. (พิเศษ) สุรพล นะวะมวัฒน์ ที่ปรึกษา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า เพื่อรับมือกับยุคดิจิตอล รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายสมาร์ทไทยแลนด์ โดยเร่งพัฒนาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากร ปัจจุบันไทยมีโครงข่ายไร้สายที่ครอบคลุมเกินกว่า 100% ของประเทศแล้ว ต่อไปจะต้องพัฒนาเรื่องการเข้าถึงข้อมูลให้มากขึ้นอีก
จากข้อมูลทางสถิติประชากรไทย 20 ล้านครัวเรือน มี 14 ล้านครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แบ่งเป็นบรอดแบนด์ทางสายกว่า 4 ล้านครัวเรือน ต้องยอมรับว่ายังน้อยมาก แต่ก็ชดเชยด้วยโครงข่ายไร้สายที่มีอยู่กว่า 9 ล้านครัวเรือน และจะต้องเพิ่มให้ครบทุกครัวเรือนในอีก 12 ปีข้างหน้า รวมทั้งเร่งเพิ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้มากขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่กว่า 20 ล้านราย
ขณะที่หากแบ่งตามจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต มีผู้เข้าถึงได้กว่า 20 ล้านราย ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องเร่งเพิ่มจำนวนเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงการเข้าใช้บริการดิจิตอล และการพัฒนาประเทศ
เฉลิมวุฒิ ชมะนันทน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายระบบซื้อขายสำหรับสมาชิก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การมาถึงของดิจิตอลทำให้การซื้อขายหลักทรัพย์หรือหุ้นขยายตัวมากขึ้นและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกวันนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของนักลงทุนรายย่อย ซื้อขายหุ้นผ่านทางออนไลน์ ขณะที่ในประเทศพัฒนาแล้วมีการใช้ 70-80% เชื่อว่าในอนาคตประเทศไทยก็จะเพิ่มสัดส่วนการซื้อขายออนไลน์ไปถึงเช่นกัน
“การซื้อขายหุ้นออนไลน์ทำให้การหมุนเวียนของเงินลงทุนสะดวกรวดเร็วขึ้น มีโอกาสเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในตลาด ซึ่งการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้อยู่บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นส่วนสำคัญ โดยที่ผ่านมาการซื้อขายผ่านไอแพดมีสัดส่วนสูงที่สุด รองลงมาคือไอโฟนและแอนดรอยด์” เฉลิมวุฒิ กล่าว
สีหนาท ล่ำซำ ผู้อำนวยการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์การชำระเงิน และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ยุคดิจิตอลนำมาซึ่งการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น การใช้บริการภาครัฐ การซื้อขายสินค้าก็เป็นอีกส่วนที่มีการเติบโตสูงมาก โดยการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตยังมีสัดส่วนเพียง 25% ถือว่าน้อยมากและมีโอกาสเติบโตได้มหาศาล สิ่งสำคัญคือการดึงคนที่ยังไม่เคยใช้ มาใช้งานผ่านเวอร์ชวล เครดิต หรือเดบิต การ์ด
หัวใจสำคัญของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ คือ การมีช่องทางชำระเงินที่หลากหลายมากมายและปลอดภัยให้เลือกใช้สำหรับทุกเพศทุกวัย คนทำงานอาจสะดวกใช้บัตรเครดิต วัยรุ่นอาจใช้บัตรเดบิต หรือบัตรเวอร์ชวล เครดิต หรือเดบิต ก็ได้ โดยสินค้าหลักก็ได้เปลี่ยนรูปแบบไปสู่การเป็นสินค้าดิจิตอลมากขึ้น เช่น แอพพลิเคชั่นต่างๆ หนังสือ ภาพยนตร์ เพลง เกม และคอนเทนต์อื่นๆ ทั้งหมดมีต้นทุนการผลิตต่ำลง และต้นทุนการขนส่งสินค้าที่ต่ำมาก
ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดในการซื้อขายออนไลน์อีกประการคือ การเกิดขึ้นของทีคอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายผ่านทีวีดิจิตอลโดยการกดรีโมตเกิดขึ้นแล้วในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และน่าจะเกิดในไทยอีกไม่นานนัก ซึ่งเป็นการต่อยอดจากอีคอมเมิร์ซ การซื้อผ่านเว็บไซต์ และเอ็มคอมเมิร์ซ การซื้อผ่านสมาร์ทโฟน แต่ต่อไปแค่ดูทีวีดิจิตอล และสมาร์ททีวี ที่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์และซื้อสินค้าได้ทันที
ประเด็นดังกล่าวยังต่อไปถึงการใช้ดิจิตอล ไซเนจ (Digital Signage) อีกด้วย นั่นคือหน้าจอขนาดใหญ่ ที่สามารถโต้ตอบ (อินเตอร์แอ็กทีฟ) ซึ่งดึงดูดความสนใจและสามารถสร้างการซื้อขายสินค้าให้เกิดขึ้นได้
สุนีย์ โรจนโอฬารรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริการเสริมและ 3จี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ผู้ให้บริการมือถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การทำตลาดผ่านโมบายในยุคดิจิตอลเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ จากจำนวนผู้ใช้มือถือประมาณ 79 ล้านราย ซึ่งถือว่าเกินกว่า 110% ของประชากร คือเป้าหมายที่ธุรกิจต่างๆ สามารถสื่อไปถึงได้ เพียงแต่ต้องเลือกให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาจากยุคดิจิตอล คือ การเกิดขึ้นของบิ๊กดาต้า หรือข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งหากสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้เป็นอย่างดี ทำให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผนและเข้าถึงลูกค้า รวมถึงแข่งขันได้
ดังนั้นในยุคดิจิตอลวิวัฒน์ ภาคธุรกิจจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นโอกาสตกยุคและธุรกิจไปไม่รอดก็เป็นไปได้สูง







